Please Enable JavaScript in your Browser to visit this site

จิ้ม ชวนชื่น เผยสาเหตุหายหน้าไปจากวงการ ขายทรัพย์สินเก่า

เรียกว่าเป็นนักแสดงตลกที่หายหน้าไปจากวงการ สำหรับ จิ้ม ชวนชื่น ที่ล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาอัปเดตชีวิตในตอนนี้ว่า “รับงานน้อยมาก ไม่ได้รับน้อยเขามาจ้างน้อย แต่ก็เลือกรับงานมานานแล้ว ถ้าเราทำไม่ดีเราจะไม่เอา เพราะมันน่าอายเวลางานออกไปแล้ว เท่ากับแสดงศักยภาพว่าทำอะไรไม่ได้

ถ้าบทนี้เราทำได้ไม่ดีเราจะไม่รับ ถ้าเราไม่ถนัดหรือไม่มีคอมเมดี้ปนอยู่ด้วย เราจะไม่รับ ปฏิเสธไปเยอะเหมือนกัน ตอนเราทำงานหนัก

เราทำเยอะ เคยมี 11 รายการต่ออาทิตย์ ตอนทำงานเยอะๆ พอมาถึงตอนนี้ เราทำงานมาตรงนั้นเราก็เก็บไว้ใช้ของเรา

ซึ่งก็เกือบหมดแล้ว โควิดขายเกือบหมด แต่เราก็ไม่ชอบทนทรมาน รู้สึกทรมานตัวเอง ไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น

ที่บ้านทำอีเวนต์ ด้วย ชวนชื่นโปรดักชั่น ลูกสาวกับลูกเขยคุม เรามีงานแล้วทำ เราทำได้ทั้งรายการ ละคร ซีรีส์ มีทีมงานทำหมด

แต่ไม่มีตุ๊กตาเที่ยวไปเสนอ แต่ถ้ามีใครเรียกไปคุยเราจะไปคุยว่าเอาแบบไหน แล้วกลับมาเขียน เรามีทีมงาน อย่างนั้นทำ

ถามว่าคนบอกว่างานน้อยลงกินบุญเก่า ตลกดังกล่าวว่า “ใช่ กินไปเกือบหมดแล้วด้วย ขายจนไม่เหลืออะไรจะขาย

ตอนโควิด 3-4 ปี แต่ว่าเราก็ยังพอมีขาย ซึ่งเกือบหมดแล้วแหละ (หัวเราะ) ถามว่าขายอะไรบ้างที่ผ่านมา ขายบ้าน ขายอะไรแล้วแต่ ขายที่ขายทาง

มันก็ต้องใช้ รายได้หลักมีออกรายการโน่นบ้าง เล่นละครที่โน่นที่นี่บ้าง และอีเวนต์พิธีกรเวที  ไม่เครียดหรอก เรารู้จักเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อก่อนเรามีงานเยอะๆมีเงิน เราก็ยังคิดมันจะอยู่กินจนวันตายได้ยังไง เพราะเรามีฐานะขึ้นไปเราก็ต้องเพิ่มรายจ่ายต่อเดือน

ซื้อบ้านใหญ่ขึ้น รถแพงขึ้น ทุกอย่างอัพขึ้น มันก็พอดีใช้ของมันอยู่ตลอด จนเราไปเห็นเศรษฐกิจพอเพียงเลยรู้ของที่เรามีอยู่

ถ้าเราถอยกลับไปอยู่แบบพอเพียง ทรัพย์สินเรามากมายเลย ถ้าเราถอยไปอยู่ในที่ของเราที่ซื้อไว้ตรงโน้นตรงนี้ ที่ใดที่หนึ่งแล้วทรัพย์สินที่มีก็ขายกินได้ ถอยไปอยู่จุดเริ่มต้น

มีคนมายืมเงินเยอะ ตอนนี้ทำใจได้แล้วที่จะบอกว่า เราถึงจุดที่ต้องดูแลตัวเองบ้าง เราไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น ปิดยอด 7 แสนกว่า เมียเรามาบอก

ภรรยาเป็นคนบริหารเรื่องเงิน เมื่อก่อนได้รายเดือน เดือนละ 3 หมื่น แล้วมาลดเหลือ 2 หมื่น มาเหลือ 1 หมื่น

ตอนนี้เหลือครั้งละพันติดตัว เพราะเขาเป็นผู้จัดการเราด้วยรู้ว่าเราต้องใช้อะไร มาถึงตรงนี้ เรามองอยู่แล้ว

เราฟลุคมากเราเลือกแค่ผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิต เราไม่รู้เขาจะเก่งบริหารจัดการ ดีเราก็ไม่ยึดติด เมื่อก่อนเราใช้แบรนด์เนมเยอะๆ ก็เปลี่ยนถอยลงมาหน่อย

เขาก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่เงินฟุ่มเฟือย ทำให้เราเกรงใจ ถ้าเขาใช้เราก็จะใช้บ้าง แย่งกันใช้ แย่งกันซื้อแบรนด์เนม แย่งกันถลุง ก็ต่างคนต่างหมด แต่ใช้ชีวิตประมาณนี้ เป็นคนเรียบๆ

ขอบคุณข้อมูล: NineEntertain

You cannot copy content of this page