จากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ที่ส่งผลกระทบมายังประเทศไทย ในโซเชียลชาวเน็ตยังพากันแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวว่าภาคอีสานไม่มีลอยเลื่อนที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว จนทำให้ทางด้าน ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวพร้อมบอกว่า ใครบอกว่าอีสานไม่มีรอยเลื่อน?
เอกสารการตรวจสอบรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย โดยอาจารย์อดิศร ฟุ้งขจร ระบุว่า ในภาคอีสานมีรอยเลื่อนมีพลัง 12 รอยเลื่อน ที่กระจายตัวในภูมิภาค
ผมนำข้อมูลเฉพาะรอยเลื่อนที่ยาวเกิน 50 กม. และเกิน 100 กม. จำนวน 6 รอยเลื่อน มาให้เรียนรู้กันครับ เพราะรอยเลื่อนมีพลัง
ยิ่งยาวก็ยิ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาดสูงกว่ารอยเลื่อนมีพลังที่สั้น รอยเลื่อนที่ยาวเกิน 100 กม. ที่เราต้องให้ความสำคัญมี 2 รอยเลื่อน คือ
1.รอยเลื่อนโคราช พาดผ่านอำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย อำเภอเมือง อำเภอขามทะเลสอ อำเภอสูงเนิน อำเภอด่านขุนทด
จังหวัดนครราชสีมา อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี อำเภอศรีเทพ และอำเภอวิเชียรบุรี
จังหวัดเพชรบูรณ์ ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 193 กิโลเมตร
2.รอยเลื่อนท่าอุเทน พาดผ่านตามแนวพรมแดนไทย-ลาว ด้านอำเภอเมือง อำเภอท่าอุเทน อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม อำเภอบึงโขงหลง
และอำเภอบุ่งคล้า จังหวัดหนองคาย ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 136 กิโลเมตร ส่วนรอยเลื่อนที่มีความยาวเกิน 50 กม. แต่ไม่ถึง 100 กม. ได้แก่
1.รอยเลื่อนภูเขียว พาดผ่านอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอภักดีชุมพรและอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
ประกอบด้วยรอยเลื่อนบริวารในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ กับแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้สลับกัน มีความยาวประมาณ 72 กิโลเมตร
2.รอยเลื่อนภูเรือ พาดผ่านอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร
3.รอยเลื่อนหนองบัวแดง พาดผ่านอำเภอบ้านเขว้า อำเภอเมือง และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 56 กิโลเมตร
4.รอยเลื่อนสตึก พาดผ่านอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอชุมพลบุรและอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้
มีความยาวประมาณ 55 กิโลเมตรรอยเลื่อนสตึกมีการเคลื่อนตัวเมื่อปีที่แล้วนี่เอง มีขนาด 2.9 และ 3 (ดูภาพ 2)รอยเลื่อนอื่นๆ ดูจากลิงก์ในคอมเมนท์ครับ
สำหรับแผนที่นี้ เป็นแผนที่แสดงความรุนแรงของแผ่นดินไหว (intensity) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคตตามมาตราเมอร์คัลลิ ที่แสดงให้เห็นว่าในอนาคตพื้นที่ส่วนใหญ่
ในอีสานมีความรุนแรงของแผ่นดินไหว อยู่อันดับ III ตามมาตราเมอร์คัลลิ ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้สึก แต่เครื่องมืออาจตรวจจับได้ มีบางพื้นที่ เช่น ยางส่วนขอวนครพนม
บึงกาฬ หนองคาย และชัยภูมิ ที่มีความรุนแรงอยู่อันดับ IV และ V ตามมาตราเมอร์คัลลิ คือ คนส่วนใหญ่รับรู้ได้ อาคารสั่นไหว สิ่งของขยับ
ที่สำคัญ บางส่วนของนครพนม และบึงกาฬ อาจเกิดความรุนแรงอันดับ IV ตามมาตราเมอร์คัลลิ คือ สิ่งก่อสร้างไม่แข็งแรงพัง ของหนักเคลื่อนจากที่เดิม
แผนที่นี้ จึงไม่เกี่ยวกับอีสานไม่มีรอยเลื่อน และจะกล่าว่าในภาคอีสานไม่มีรอยเลื่อน หรือไม่เกิดแผ่นดินไหว ไม่ได้ เพียงแต่บอกว่าภาคอีสาน
มีความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตอยู่ในอันดับต่ำตามมาตราเมอร์คัลลิ ดังนั้น เมื่อมีข้อมูลนี้ การออกแบบและก่อสร้างอาคารสาธารณะ อุโมงค์
อาคารเกิน 5 ชั้น ในบริเวณ V และ VI ตามมาตราเมอร์คัลลิ ก็ควรออกแบบและก่อสร้างให้รองรับแผ่นดินไหวด้วย
และต้องระวังกิจกรรมของมนุษย์ที่จะไปกระตุ้น (triggering) ให้เกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะการสร้างอ่างเก็บน้ำ และการระเบิดแผ่นดินเพื่อทำเหมือง
เช่น เหมืองโปแตชที่ด่านขุดทดซึ่งอยู่ในกลุ่มรอยเลื่อนโคราช นอกจากรอยเลื่อนเหล่านี้แล้ว รอยเลื่อนในประเทศเพื่อนบ้านก็สำคัญมาก
และส่งผลต่อความรุนแรงของแผ่นดินไหวในภาคอีสานได้ โดยเฉพาะรอยเลื่อนแม่น้ำแดง วันหน้าจะเอาข้อมูลชุดนี้มาให้เรียนรู้กันครับ
ขอบคุณข้อมูล: Chainarong Setthachua