ทนายเจมส์ ตอบเเล้ว หลังชาวเน็ตถามเรื่อง น้องเก้า

เรียกว่ายังคงเป็นประเด็นที่หลายคนต่างกำลังพูดถึงกันอยู่ในตอนนี้ สำหรับประเด็นที่สาวเจนนี่ นั้นได้ออกมาไลฟ์สดชี้เเจงเรื่อง โกงเงินค่าตัวของน้องเก้า พร้อมทั้งสาวเจนนี่ยังบอกด้วยว่าตนไม่คิดที่จะโกงเงิน เเต่เรื่อง 70/30 นั้นตนไม่สามารถที่จะให้ได้ เพราะน้องเก้านั้นไม่ได้มาเป็นศิลปินในค่ายตั้งเเต่เเรก

ล่าสุด ทางด้านทนายเจมส์ทนายคนดังได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก พูดถึงในกรณีน้องเก้าเเละเจนนี่ว่าจะดำเนินการฟ้องร้องกันได้หรือไม่ โดยทางทนายได้เผยว่า  “กรณีลงทุนด้วยแรง ถ้าไม่ได้ตีราคาค่าแรงไว้ ผู้ลงทุนด้วยแรงมีสิทธิ์รับเงินปันผลจากกำไรเท่ากับผู้ที่ลงทุนด้วยเงิน หรือ ทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1028 ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดได้ลงแต่แรงงานของตนเข้าเป็นหุ้น และในสัญญาเข้าหุ้นส่วนมิได้ตีราคาค่าแรงไว้

ท่านให้คำนวณส่วนกำไรของผู้ที่เป็นหุ้นส่วนด้วยลงแรงงานเช่นนั้น เสมอด้วยส่วนถัวเฉลี่ยของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งได้ลงเงินหรือลงทรัพย์สินเข้าหุ้นในการนั้นการร่วมลงทุน หรือ หุ้นส่วนสามัญ กฎหมายมิได้กำหนดรูปแบบแห่งสัญญาหุ้นส่วนไว้ เหมือนกรณีสัญญากุ้ยืมเงิน หรือ สัญญาซื้อขาย ดังนั้น สัญญาปากเปล่า หรือ สัญญาใจ ก็ฟ้องกันได้นะครับ แต่จะโอกาสชนะจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และการตั้งเรื่องฟ้องสู้ต่อไป จิบัน”

เเละหลังจากที่มีคนถามเรื่องนี้กับทนายเจมส์เข้ามาเยอะ เจ้าตัวก็ได้ออกมาโพสต์รายละเอียดอีกครั้งว่า  “มีคนถามเคสน้องเก้ากันมาเยอะ ในกรณีที่ไม่มี “สัญญา” เป็นลายลักษณ์อักษรจากฟ้องร้องบังคับคดีกันได้หรือไม่ หลายคนก็แสดงความคิดเห็นมากมาย หลายมุมมองนะครับ ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ เคสนี้ ต้องเริ่มศึกษาตั้ง การเกิดของสัญญา สัญญาจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการแสดงเจตนาที่ถูกต้องตรงกันทุกฝ่าย

กล่าวคือ ฝ่ายผู้เสนอและฝ่ายผู้สนอง“ เสนอสนองถูกต้องตรงกันสัญญาเกิด “เมื่อสัญญาเกิดขึ้นแล้วและมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งจะใช้สิทธิฟ้องคดีได้หรือไม่ ก็จะต้องพิจารณาต่อไปว่า สัญญาที่ทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนาก่อให้เกิดขึ้นนั้น เป็นสัญญาประเภทใด และมีกฎหมายกำหนดรูปแบบของสัญญาไว้หรือไม่ เช่น สัญญาร่วมลงทุน หรือ สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ  ตาม ปพพ. มาตรา 1012 “

อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท นั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งกำไร อันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น” กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบของสัญญาไว้ ดังนั้น สัญญาร่วมลงทุน หรือ สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ แม้เป็นเพียงสัญญาปากเปล่า หรือ สัญญาใจ ก็สามารถที่จะตั้งเรื่องฟ้องคดีกันได้ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้

แต่จะตั้งเรื่องฟ้องในลักษณะไหน ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบเป็นเรื่องๆ ไป ส่วนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับข้อตกลงที่ได้เจรจากันไว้ก่อนตกลงเข้าทำสัญญากันนั้น จะเป็นอย่างไร จะนำสืบได้หรือไม่ ศาลจะรับฟังพยานหลักฐานหรือไม่  เพียงใด นั้นก็เป็นอีกเรื่อง เรียกได้ว่า ถ้ามีข้อตกลงบันทึกกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ก็จะนำสืบข้อเท็จจริงให้ศาลรับฟังได้ง่ายครับ เพราะสัญญาที่มีลายลักษณ์อักษรย่อม “โกหกไม่เป็น”เคสนี้

ถือเป็นความโชคดีของน้องเก้าครับ ที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด เพราะจะทำให้น้องเก้าดิ้นไม่หลุดด้วยข้อตกลงตามสัญญา บางเคสที่มีสัญญาศิลปินในสังกัดควบคุมไว้ ศิลปินอาจจะถูกค่ายกลั่นแกล้ง หรือ ไม่ใส่ใจ ด้วยการไม่จ่ายงานให้ทำ ไม่ส่งเสริมให้มีชื่อเสียง หรือ ดองศิลปินไว้ในค่ายด้วยสัญญาจนครบอายุสัญญา เป็นต้นสุดท้ายนี้

ฝากอุทาหรณ์ครับ สำหรับที่คนที่วางแผนจะลงทุนร่วมกับคนอื่น ข้อตกลงจะต้องชัดเจน และ ไม่เสียเปรียบ มีลายลักษณ์อักษรด้วยยิ่งดี ถ้าไม่มีลายลักษณ์อักษรก็จะสืบยากหน่อย“ ใจแลกใจใช้ไม่ได้กับทุกคน “#พ่อขุนผาเมืองพร้อมออกศึก”

ขอบคุณข้อมูล: ทนายเจมส์ LK

เรียบเรียงโดย:khobkhao