เก้า ตอบกลับ เจนนี่ เล็งปรึกษาผู้ใหญ่ลบคลิป

เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงสุดๆ สำหรับกรณีของนักร้องสาวอย่าง เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ที่ก่อนหน้านี้หนุ่ม เก้า เกริกพล นักร้องหนุ่มหล่อที่ร่วมฟีเจอริ่งในเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ได้ออกมาแฉสาวเจนนี่

ว่าเพลงดังกล่าวมียอดวิวถึง 350 ล้านวิว แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยได้ส่วนแบ่งจากเพลงดังกล่าวเลย ทั้งที่ก่อนหน้าเจนนี่เคยบอกเอาไว้ว่าจะแบ่งให้ 70/30 แต่เจ้าตัวกลับได้เงินเพียงแค่ หนึ่งหมื่นบาทเท่านั้น ซ้ำหนุ่มเก้ายังขาดทุน สองพันบาทเพราะ

ตอนถ่ายเอ็มวีเพลงนี้หนุ่มเก้าออกค่าที่พัก และค่าเสื้อผ้าเอง แถมเมื่อไปออกรายการด้วยกัน หนุ่มเก้าได้ค่าตัวเพียงห้าร้อยบาทเท่านั้น แน่นอนว่าทางด้านของสาวเจนนี่โดนถล่มเละ จนต้องออกมาไลฟ์สดชี้แจงไปเมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (2 ส.ค.)นักร้องหนุ่ม “เก้า เกริกพล” ได้เปิดใจกับ “วันบันเทิง” โต้ทุกดราม่าหลัง “เจนนี่” ไลฟ์ชี้แจงว่า เจนนี่พูดไม่จริง ทั้งเงินส่วนแบ่ง 70/30 เจนนี่เป็นคนเสนอเอง ไม่เกี่ยวกับว่าทำเพลงอื่น ๆ แล้วขาดทุน แต่มันเป็นเพียงสัญญาลมปาก ส่วนตัวก็เข้าใจว่าเอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกและคำว่าน้ำใจมากกว่า ส่วนเรื่องค่าตัวออกรายการ 500 บาท นั้นตนได้แค่นั้นจริง ๆ

ซึ่งตนเป็นเด็ก ไม่อยากหรือเรียกร้องอะไรมาก เนื่องจากเจนนี่เป็นคนรับเงินมา ส่วนตัวก็ไว้ใจ ทุกอย่างแล้วแต่เจนนี่จะแบ่งเงินให้ ไม่ได้อยากเรียกร้อง เพียงแต่ที่ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูด เพราะโดนกระแสวิจารณ์ว่าตนนั้นค่าตัวแพง ไม่ต้องไปจ้าง เลยจำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาพูด ซึ่งเรื่องทั้งหมด จริงๆ มันผ่านมานานแล้ว และก็ไม่ได้อยากรื้อฟื้น แต่ตนโกรธที่เจนนี่ออกมาโพสต์

ส่งผลกระทบให้คนมาด่าพ่อและครอบครัวของตัวเองลามไปยันโคตร เรื่องนี้ต่างหากที่ยอมไม่ได้ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องเพื่อลบคลิปในยูทูบ ที่มีคนออกมาชี้แจงว่าทางสามารถทำได้นั้น ต้องขอปรึกษากับทางผู้ใหญ่ก่อน มันเป็นเรื่องของอนาคต ยืนยันว่าค่าเหนื่อยทั้งหมดที่ได้มาจากการร่วมร้องเพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” นั้นได้แค่ 1 หมื่นเท่านั้น

แถมขาดทุน 2,000 ตามที่เคยแจ้งไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้ตนนั้นไม่มีงานมาเลยเกือบจะ 1 ปี แล้ว ทุกวันนี้คืออาศัยติดตาม “พี่ติ๊ก ชีโร่” เวลามีงานคอนเสิร์ต หรือไปทำอะไรพี่ติ๊กก็จะชวนไปด้วย ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ส่งมาให้ รวมไปถึงคนที่เคยด่าพ่อและออกมาขอโทษแล้ว ก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แต่อยากจะให้โซเชียลตระหนักในเรื่องนี้ว่าก่อนจะว่า หรือด่า อะไรให้มันมีขอบเขตบ้าง เพราะรับไม่ได้ที่จะให้ใครมาด่าพ่อและครอบครัว

ขอบคุณข้อมูล:วันบันเทิง – oneบันเทิง

เรียบเรียงโดย:khobkhao