กุมภาพันธ์ 6, 2023

แม่โบว์ เผยคำพูด น้องมะลิ จุดธูปคุยกับ พ่อปอ

ถือว่าเป็นคุณแม่สุดสตรองอีกหนึ่งคนเลยก็ว่าได้ สำหรับสาว โบว์ แวนด้า ซึ่งหลังจากที่สามีหนุ่มหล่ออย่าง ปอ ทฤษฎี ได้เสียชีวิตลง สาวโบว์ก็เลี้ยงลูกสาวอย่าง น้องมะลิ คนเดียวมาตลอด จนทำเอาหลายๆ คนเห็นแล้วอดที่จะชื่นชมไม่ได้เลยค่ะ

ล่าสุด โบว์ได้ออกมาเปิดใจรายการโต๊ะหนูแหม่ม ที่ดำเนินรายการโดย หนูแหม่ม สุริวิภา ถึงพัฒนาการลูกสาว น้องมะลิ ที่มักจะคุยกับรูปของพ่อปอเป็นประจำ

7 ปีแล้ว ที่ ปอ จากไป ?

“เป็น 7 ปีที่มันมีความหมาย ถึงแม้ว่าใครบางคนที่เราจะไม่ได้เห็น ไม่ได้สัมผัสเขาแล้ว เขาจากเราไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้จากเราไปไหน ความรู้สึกเขาก็ยังอยู่กับเรา ไม่มีวันที่จะลืมเขาได้ เป็น 7 ปีที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น และได้เลี้ยง น้องมะลิ ก็ได้เห็นพัฒนาการเติบโตเขา เป็น 7 ปีที่มีความสุข”

น้องมะลิ ได้พูดกับพ่อบ้างไหม ?

“พ่ออยู่ไหนเนี่ย บางทีก็บ่น ซึ่งในคลิป Instagram ที่ออกมามันอาจจะดูเศร้า แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย ซึ่งเราไม่ได้ดราม่าว่าหิวแสงอะไรเลย เรามูฟออนตั้งนานแล้ว บางทีน้องมะลิก็ถามพ่อว่าอยู่ไหนแล้ว ก็เอานิ้วไปจิ้มจมูกพ่อบ้าง เป็นภาพความอบอุ่นในหัวใจที่เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน”

อธิบายเรื่องพ่อให้มะลิเข้าใจยังไง ?

“ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้มีการอธิบายเลย เราจะรอให้เวลาตอบข้อสงสัยว่าพ่อไปไหน คือเราก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ พยายามทำทุกวันให้มีความสุข เวลาเราเห็นเขาซึม เราก็จะหาอะไรให้เขาทำ เขาก็จะมูฟออนไว ซึ่งมันก็สอนให้เขาเรียนรู้เร็ว”

“มีวันนึงเขาก็เดินมาถามเราว่า พ่อเป็นอะไรพ่อถึงตาย เป็นยังไงแล้ว ก็บอกว่าตายก็คือการเสียชีวิต ทุกคนมีเกิดแก่เจ็บตายแล้วแต่ว่าใครจะใช้ชีวิตสั้นหรือยาวแค่ไหน แต่ถึงแม้พ่อจะไม่ได้อยู่กับเรา แต่ 36 ปีที่ใช้ชีวิตมา

พอทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบแล้ว ถึงแม้จะทำหน้าที่แค่ 2 ปีในการเป็นพ่อ แต่สองปีนี้ขอให้เราเชื่อมั่นว่าพ่อทำทุกอย่างให้หนูแล้ว เราก็บอกว่าเขาอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่ที่แน่ๆ พ่ออยู่ในหัวใจเรา

อย่างปีนี้เราก็ให้มะลิจุดธูปไหว้พ่อ เขาก็จะบอกว่าก็ขอให้พ่อกินข้าวอิ่มๆ ขอให้พ่อซื้อของเล่นให้ ด้วยการให้พ่อมาบอกแม่ บางทีเขาก็เกิดความสงสัยว่า ถ้าพ่ออยู่ข้างบน แม่ว่าพ่อจะมีนางฟ้ามั้ย เราก็เลยบอกว่าถ้าพ่อมีนางฟ้า แม่ก็ต้องมีผู้ชายได้ เขาก็จะดุว่าไม่ได้ ไม่ได้ทั้งคู่”

7 ปีที่ผ่านมา มะลิ แสดงให้เราเห็นว่าเขาอยู่ได้ ?

“เขาสามารถทำความเข้าใจและรับมือกับมันได้ด้วยความเข้มแข็งข้างในของเขา ซึ่งกระแสอะไรทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ความเป็นแม่ เรากลัวว่าวันนึงถ้าเขาเติบโตมากับการที่ทุกคนมารอเขา แล้วเราก็กลัวว่าทำไมวันนี้ไม่เหมือนวันนั้น

กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจแล้วเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา แต่ปรากฏว่าเขาเป็นคนที่ยิ้มสดใสมาก ไม่มีทีท่าที่เหมือนแต่ก่อน เราก็สบายใจแล้วกับตอนนี้ ทุกวันนี้ความกังวลต่างๆ เราหายไปหมดแล้ว”

ขอบคุณข้อมูล:โต๊ะหนูแหม่ม