ประวัติ หลวงปู่แสง

เรียกว่าเป็นประเด็นที่ทำเอาสังคมต่างเห็นใจ หลวงปู่เเสง ญาณวโร พระเกจิชื่อดังเป็นอย่างมาก หลังจากที่หมอปลา เเละนักข่าวได้บุกวัดเข้าตรวจสอบเเสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม นอกจากนี้ทางด้านเพจ หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย ยังได้ออกมาเผยว่า “หลวงตาท่านแสดงธรรมไป ท่านระลึกถึงเรื่องเก่าที่ท่านต่อสู้กับกิเลสที่วัดดอยธรรมเจดีย์ ในเทศน์กัณฑ์นั้น ท่านน้ำตาร่วง อันนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไม่ใช่น้อยเหมือนกัน หลวงพ่อก็กลัวคนจะตกนรกเหมือนกันนะ

จนถึงมีพระมาจากไต้หวัน มาพูดให้หลวงพ่อฟัง พูดไทยก็ไม่ชัดหรอกพระไต้หวัน “ท่านพระอาจารย์น้ำตาร่วงคราวนั้นนะรู้สึกว่าคนไต้หวันเขาว่าหลวงตามหาบัวไม่ใช่พระอรหันต์ ถ้าพระอรหันต์น้ำตาจะไม่ร่วง ไม่มีการเสียใจ ไม่การดีใจ พวกผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะสอนเขายังไง” เราได้ฟัง “เออ! มันไม่ใช่เฉพาะแต่เมืองไทยอย่างเดียว มันทะลักไปถึงเมืองนอกเมืองนาเหมือนกัน

เรื่องนี้แต่ตามที่จริงหลวงพ่อพูดน่ะ หลวงพ่อก็ไม่ใช่พระอรหันต์หรอก หลวงพ่อนี่ชี้แนะแนวให้มองดู คำว่าร้องไห้ของหลวงตานี่กับร้องไห้สำหรับปุถุชนมันคนละเรื่องกัน ถ้าหากว่าการร้องไห้ พระอรหันต์หัวเราะได้ไหม ถ้าใครยังหัวเราะอยู่แสดงว่าระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ไม่ใช่พระอรหันต์อย่างงั้นใช่ไหม พระอรหันต์ต้องไม่หัวเราะ ต้องไม่ร้องไห้อยู่แบบซื่อบื้ออยู่เฉยๆ ใช่ไหม

ก็ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น พวกครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบถึงคราวดุท่านก็ดุ ถึงคราวด่าท่านก็ด่า ถึงคราวหัวเราะท่านก็หัวเราะได้ อันนี้เป็นเรื่องของขันธ์ เป็นเรื่องของอุปนิสัยบุญวาสนามีแต่พระพุทธเจ้าองค์เดียวที่ละบุญและวาสนาได้ พระพุทธเจ้านี่ถ้าจะว่าไปท่านไม่ยิ้มนะ ท่านไม่หัวเราะ ท่านไม่หัวเราะเหมือนพระสงฆ์ทั่วๆ ไป

อย่างพระพุทธเจ้าท่านไปเห็นสันติมหาอำมาตย์อันนี้พระพุทธเจ้ายิ้มมีความหมายมีหลายๆ อย่างที่พระพุทธองค์ยิ้ม ที่นี่ที่พระพุทธเจ้าร้องไห้ เขาร้องไห้ก็ออกมาจากจุดเดียวไม่ใช่เหรอจากใจดวงนั้นจากใจของท่าน ท่านเกิดความสลดสังเวชใจ อย่างท่านพระสารีบุตรถึงท่านจะเป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า

แต่ว่าท่านเดินข้ามคลองนี่ ท่านกระโดดนะ พระสงฆ์ทั้งหลายว่าอัครสาวกของพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ ไม่น่าจะเดินแบบนี้ ไม่น่าจะกระโดดแบบนี้ แล้วพากันมากราบพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์บอกว่าพระสารีบุตรเคยเป็นลิงมาก่อน เพราะฉะนั้นไปที่ไหนชอบกระโดด

เห็นคลองนี่กระโดดเลย เป็นนิสัยเก่า เป็นลิงติดภพติดชาติมารหลายร้อยชาติ เพราะฉะนั้นละไม่ได้ เพราะฉะนั้นการละบุญและวาสนาบารมี พระพุทธเจ้าพระองค์เดียวละได้ เปลี่ยนนิสัยตัวเองได้ นอกนั้นเปลี่ยนไม่ได้ หลวงพ่อเองเคยอยู่กับครูบาอาจารย์หลายๆท่านก็เคยเห็นอย่างนี้เหมือนกันนะ แต่หลวงพ่อไม่เคยตำหนิ

แล้วก็ไม่เคยที่จะพูดไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ที่ท่านทำอาการอย่างนั้น ท่านทำได้หลายๆอย่าง อย่างท่านอัสสชินี่ ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายโกณทัญญะ วัปปะ มหานามะ อัสสชิ องค์อัสสชินะ พออายุแก่มาท่านหลงลืม แต่ว่าอันที่จริงท่านก็รู้แก่ใจว่าการหลงลืมนั้นคืออะไร พระอรหันต์ท่านไม่ได้โง่เหมือนปุถุชนว่างั้นเถอะ แต่นี้กลัวปุถุชนนี่จะเป็นบาป พระลูกศิษย์ลูกหาปฏิบัติใกล้ชิดจะว่า เอ้า! ทำไมพระอรหันต์จึงได้หลงได้ลืมได้

ตามที่จริงพระอรหันต์ต้องมหาสติ มหาปัญญาต้องรอบรู้อยู่ตลอด แต่ทำไมท่านอัสสชิหลงลืมหลงลืมนั้น หลงลืมนี้ พระอัสสชิก็บอกว่า ท่านกราบพระพุทธเจ้าดูซิว่าทำไมเราจะหลงอย่างนี้ ขอให้ไปกราบทูลพระพุทธเจ้าด้วยว่าทำไมเราหลงอย่างนี้ ลืมอย่างนี้ พระอัสสชิให้มากราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่าทำไมพระอัสสชิหลงลืม ทำไมเป็นพระอรหันต์แล้วจึงมีการหลงลืม

พระพุทธองค์บอกว่าให้ไปถามพระอัสสชิดูซิ อริยสัจสี่หัวใจของท่านน่ะ ท่านลืมไหม ถ้าหากว่าไม่ลืมนั่นล่ะ จุดนั้นน่ะคือพระอรหันต์ จุดอื่นนั้นเป็นเรื่องสังขาร ความจำได้หมายรู้เป็นสังขาร สัญญาก็เป็นอนิจจังเหมือนกันสังขาราการปรุงแต่งก็เป็นอนิจจังเป็นสัญญาอนิจจาเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นสัญญาและสังขารเหล่านั้นไม่ใช่พระอรหันต์ แต่สิ่งที่เป็นพระอรหันต์คือ ท่านพิจารณาอริยสัจ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เหตุที่เกิดทุกข์ ท่านหลงไหม จุดนั้นท่านลืมไหมจุดนั้น พระอัสสชิบอกว่าไม่มีลืมเลย แน่นปึ๋งในหัวใจ อริยสัจในหัวใจแน่นปึ๋งไม่มีลืมไม่หลวงไม่ลืมตัวนั้นพอ

จุดอื่นจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องสังขารสัญญาไป อย่าไปติดยึดกับสิ่งเหล่านั้น ขอให้พวกเรามองหลายๆมุม มองหลายๆด้าน หลวงพ่อที่พูดในครั้งนี้เพื่อเป็นการให้พวกเราได้มองครูบาอาจารย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์หลวงตาของเรา ท่านน้ำตาร่วง บางคนดูถูกเหยียดหยามอย่างมากแต่ถึงจะดูถูกอย่างไร เหยียดหยามอย่างไรหลวงตาก็อย่างเก่าไม่มีปัญหา ความบริสุทธิ์ของท่าน

ท่านก็ยืนยันอย่างเก่าแต่พวกเรามันแพ้เรานะถ้าหาว่าเราดูถูกไม่ถูกที่ถูกทาง แพ้เราบาปกรรมตัวนั้นจะแพ้เรา ถ้าหากว่าใครประมาทพลาดพลั้งท่านละก็ให้ยกมือไหว้ท่านซะ เพราะกายกรรมวจีกรรม มโนกรรมที่พวกเราได้ประมาทพลาดพลั้งครูบาอาจารย์ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าท่านได้สำเร็จได้มรรคได้ผลอย่างไร

ขอให้เราอย่าได้ประมาทพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ความสุขความเจริญก็จะเกิดขึ้นในตัวของพวกเราฉะนั้นขอฝากไว้กับญาติโยมที่มาฟังหลวงพ่อ ฟังแล้วก็นำไปคิดไปไตร่ตรองไปพิจารณา ถ้าจะว่าไปหลวงพ่อดึงกระตุกแขนพวกเราอย่าตกนรกนะที่ว่าคำพูดของหลวงพ่อวันนี้บอกว่าพวกเราผลักหน้าอกไว้ ดึงแขนเอาไว้

อย่าลงนรกนะต้องคิดดูให้ดี หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโกจากพระธรรมเทศนา “มองรอบจึงเข้าใจชอบองค์หลวงตา”แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๘หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย”

นอกจากนี้ทางด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Gai Areerathยังได้ออกมาเผยประวัติของหลวงปู่เเสง ว่าท่านได้เกิดในตระกูลนักบุญสายวัดป่า พ่อเเม่ขายไรขายนา ให้ลูกๆได้ออกบวชเป็นตระกูลที่มีจิตใจในธรรมะ ฝึกจิตให้ผ่องใส ตามทันจิตของตัวเอง และบำรุงพระพุทธศาศนา ทั้งตระกูล

ขอบคุณข้อมูล:Gai Areerath,หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย