กุมภาพันธ์ 6, 2023

ขุน ชานนท์ เปิดใจ

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลเลยทีเดียว หลังจากที่มีข่าวของนักแสดง พิธีกรหนุ่มหล่อชื่อดัง ขุน ชานนท์ ขับรถยนต์เฉี่ยวชนสาวรายหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บเมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 25 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ ขุน ได้โอนเงินจำนวน 30,000 บาท ให้กับผู้เสียหายและยังได้มีการนำกระเช้ามอบให้กับทางผู้เสียหายด้วยต่อหน้าพนักงานสอบสวน

ล่าสุดวันนี้ 3 พ.ค. 65 พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก นำตัว ขุน  ส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในฐานความผิด เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก จากกรณีที่ขับรถยนต์ไปเฉี่ยวชน

นางสาวปรารถนา โรจนณะแก้วประเสริฐ อายุ 21 ปี ผู้ช่วยพยาบาล ขณะขี่รถจักรยานยนต์ จนได้รับบาดเจ็บแขนหัก เหตุเกิดบริเวณแยกลำสาลี ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เมื่อคืนวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา

ขุน เผยว่า พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้มาฟังคำสั่ง ในคดีขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่แจ้งพนักงาน ส่วนตัวไม่มีอะไรที่ต้องกังวลเพราะยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไปและได้มีการพูดคุยเจรจาจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหายจำนวน 30,000 เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้อาการของน้องติ๊กก็ดีขึ้นและรับปากว่าถ้าน้องเดือดร้อนหรือมีอะไรให้ช่วยก็พร้อมช่วยเหลือในทุกๆ เรื่อง ยืนยันวันเกิดเหตุไม่ได้มีอาการเมาสุราและดื่มสุราแต่อย่างใด เพราะหลังเกิดเหตุต้องรีบเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด

จึงไม่ได้ไปพบตำรวจทันทีในวันนั้น ประกอบจุดที่ตนเองไปทำงานนั้นสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีจึงไม่สามารถติดต่อกันได้ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนประเด็นเรื่องเงินที่เจรจาต่อรองในรายการนึงนั้นเป็นเพราะความปากไวพูดโดยไม่คิด และขอโทษกับทุกๆ คน

ขุน เผยต่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองถูกสังคมโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์แต่ก็น้อมรับทุกอย่าง ถึงแม้ว่าจะทำให้มีผลกระทบกับเรื่องงานแต่ตนเองก็เข้าใจและไม่ติดใจที่ถูกทัวร์ลงแต่อย่างใด

สำหรับคดีนี้ ขุน  ถูกดำเนินคดี 5 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย, ใบอนุญาตขาดต่ออายุ, ไม่ต่อภาษีรถยนต์ , ไม่ทำ พ.ร.บ.คุ้มครองบุคคลที่ 3, ทั้ง 4 ข้อหานี้พนักงานสอบสวนสั่งเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท

ดำเนินการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่วนข้อหาที่ 5 คือ เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกินอำนาจของพนักงานสอบสวนพิจารณาสั่งปรับ พนักงานสอบสวนจึงต้องนำตัวส่งฟ้องต่อศาลตามขั้นตอนทางกฎหมาย