มะตูม เปิดใจ เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมา

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้า คุ้นตากันดีค่ะ สำหรับ “ดีเจมะตูม เตชินต์” เพราะมีผลงานออกมาให้ติดตามกันตลอด แถมก่อนหน้านี้ยังตกเป็นประเด็นดราม่าด้วย เพราะในช่วงที่มีสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มะตูมได้จัดปาร์ตี้วันเกิด

โดยหลังจากนั้นก็พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนทำให้โดนชาวเน็ตตำหนิทั้งประเทศ ล่าสุด มะตูมก็ได้ควง ‘คุณยายอนงค์ สายทอง’ คุณยายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กมาร่วมพูดคุยในรายการ คุยแซ่บ SHOW ซึ่งมะตูมกับคุณยายก็ได้เปิดใจเลยว่า ตอนที่ดราม่านั้นทั้งแม่และยายต่างก็โดนไปด้วย จะว่ายังไงบ้างนั้นไปอ่านกันเลยค่ะ

ตอนมะตูมติดโควิด ทุกคนในครอบครัว โดนหมดเลย ตอนนั้นยายโดนอะไร?

ยายนงค์ : สมัยก่อนมันแรงใช่ไหม ยายขายของอยู่หน้าบ้าน ต้องปิดร้านเขาไม่กล้าเดินผ่านร้าน

ตอนนั้นซีเรียสหรือเครียดไหม?

ยายนงค์ : คิดถึงหลาน ห่วง แต่ไม่กล้าโทรหาเขา ก็ถามแม่เขา แต่ก็คิดว่ามันต้องหาย เขาเป็นก่อนเรา พอทีหลังเราเป็นบ้าง โอ้โหชิลมาก

ดีเจมะตูม : คือตูมเป็นก่อน ตามด้วยยาย ปิดท้ายด้วยแม่ โควิดนะครับ ไล่กันมาคนละซีซั่น ตอนคุณยายเป็น ตูมวิดีโอคอลร้องไห้เลย คือโควิดเป็นโรคที่น่ากลัวสำหรับผู้สูงอายุ ตอนหนูติด หนูคิดว่าหนูรอด แต่ยายหนูกลัวนิดนึง เพราะ 84 แล้ว ตูมวิดีโอคอลไป ยายเป็นไงบ้าง ร้องลำตัดอยู่ในโรงพยาบาล ตูมก็คิดว่าจริงๆ แล้วภูมิต้านทานเขาสร้างได้

เห็นว่าคุณแม่ก็โดนเยอะ?

ดีเจมะตูม : คือคุณแม่เจอข้อความที่ แรงมากๆ คืออยากให้ตัวแม่กับตัวลูกตาย ไปทั้งคู่ ขอให้ปอดหายไปเลย ขอให้ตายไปจากโลกนี้ แม่ตูมคืออยู่หมู่บ้านไม่ได้เลย ออกไปไหนไม่ได้เลย ตูมโดนคนตำหนิทั้งประเทศ ตูมโอเค เพราะตูมเป็นคนในวงการ แต่พอเป็นคนในครอบครัวเขาไม่ได้เกี่ยวอะไร ตูมรู้สึกทำอะไรไม่ได้ ตอนนั้นตูมรู้สึกแย่มากจริงๆ

ยายนงค์ตอนนั้นขายของไม่ได้ แถมมีคนมายืนด่าหน้าบ้านด้วย มีอะไรไหมที่เขาทำแล้วเรารับไม่ได้?

ยายนงค์ : รับได้ตลอด เขาจะว่ายังไงก็ช่างเขา เขาว่าตูมหลานยายนงค์ติดโควิด แล้วที่ติดเขามาขอพรวันเกิดตอน 4 ทุ่ม เห็นเป็นเรื่องเป็นราว คุยกันทั้งหมู่บ้าน แต่เราเฉย เพราะเขาไม่มานิ แต่เขาไปพูดกันว่าที่มะตูมมา มะตูมติดโควิดมาแล้ว แล้วมาขอพรจากยาย

เรียกได้ว่าตอนนั้นเจอหนักจริงๆค่ะ เพราะนอกจากมะตูมจะโดนด่าแล้ว แม้แต่แม่กับยายก็ยังถูกแช่ง ถูกด่าไปด้วย เพราะในตอนนั้นการติดเชื้อค่อนข้างน่ากลัว ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตของมะตูมเลย

เพราะมะตูมจะพูดอยู่เสมอว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่จะเอาไว้สอน ไว้เตือนตัวเองอยู่เสมอ และตอนนี้เจ้าตัวก็เริ่มกลับมารับงานในวงการบันเทิงตามเดิมแล้วไม่ว่าจะงานพิธีกรหรือดีเจรายการวิทยุ

ขอบคุณข้อมูล : คุยแซ่บ Show