ตั้ม โพสต์แล้ว หลังพนง.สถานบันเทิง ออกมาชูป้าย

ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆของสังคมอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวค่ะ สำหรับ ทนายตั้ม ษิทรา อย่างล่าสุด ทนายตั้ม ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพของตัวเอง พร้อมทั้งภาพของพนักงานสถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่ภูเก็ต ที่ก่อนหน้านี้พนักงานได้ออกมาประท้วง หลังจากที่มีการสั่งปิดสถานบันเทิงเนื่องจากเปิดเกินเวลา ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน

โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้สั่งปิดสถานบันเทิงแห่งนี้ชั่วคราว ส่งผลให้มีพนักงานกว่า 400 คนต้องตกงานขาดรายได้ ซึ่งทางพนักงานนั้นก็ได้มีการออกมาประท้วง ด้วยการเขียนข้อความต่างๆเอาไว้ที่ป้ายแต่ละประโยคบอกเลยค่ะว่าแรงมาก!

โดยทาง ทนายตั้ม ระบุว่า “เจอกลุ่มคนภูเก็ตที่เห็นผิดเป็นชอบ เอาแต่ผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจกฎหมายและไม่แคร์ว่าการเปิดสถานบันเทิงแบบไม่มีใบอนุญาตและเปิดเกินเวลา สร้างมลภาวะทางเสียง ทำชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ไม่ต้องหลับต้องนอน

นับร้อยคน มาถือป้ายด่าผม กดดันผม ว่าผมหิวแสง เxือก หรือถ้อยคำแรงๆมากมาย บอกเลยผมไม่โกรธครับ เพราะลายมือเดียวกันมาเลย สงสัยนายสั่ง โกรธคำเดียวเรียกผมไx้แก่ โอ้โห เจ็บจี๊ด555 ที่เจ็บไม่ใช่เพราะอายุครับ

แต่เจ็บเพราะคนถือป้าย ทั้งหุ่นทั้งหน้าไปไกลกว่าผมเยอะเลย รอบหน้าช่วยคัดนายแบบมาถือป้ายหน่อยนะ ขอบคุณครับ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ผมไม่ห่วงมาก เพราะถ้าขนาดทนายที่คนรู้จักมากหน้าหลายตาแบบผม

ถูกทำร้ายได้ในจังหวัดที่เขาลือกันว่าไม่มีมาเฟีย ไม่มีอันตราย ทั้งที่ออกมาพูดเพื่อผลประโยชน์ของคนในพื้นที่ ผู้หลักผู้ใหญ่เสียแน่นอน ฝากไว้ให้คิดนะครับ” เจ็บจี๊ดมากเลยทีเดียวค่ะหลังจากโดนด่าว่า “ไx้แก่”

จากนั้น ทนายตั้ม ก็ได้คอมเมนต์เพิ่มเติมเป็นภาพพนักงานที่มาประท้วง พร้อมข้อความสั้นๆว่า “คำว่าแก่ พูดเบาๆก็เจ็บ?” จากนั้นก็เขียนข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “ขอยืนยันนะครับ สถานบริการแห่งนี้ไม่มีมาตรการป้องกันโควิด ผมเดินเข้าไปมีแต่จับเอวค้นอาวุธ ถ้าการจับเอวคือการตรวจโควิด ก็แล้วแต่ครับ”

ชาวเน็ตคอมเมนต์รัวๆเลยว่า คนไม่มีแสง คือคนตายแล้วคนช่วยคนจึงจำเป็นต้องเพิ่มแสงจากคนหลายคนมารวมกัน #รวมพลังดันแสงให้ค่ะจะได้ไปช่วยคนอื่นๆอีกมาก เค้ารออยู่… , สู้ๆๆค่ะทนายตั้มชอบและติดตามฝีมือในการทำงานเป็นต้วของตัวเองดีค่ะ และมีความกล้าหาญ ขอเป็นกำลังใจให้อีกเสียงนะค่ะ

คือเงียบมาสองปีแล้วอดอยากปากแห้งครับ พอมีนักท่องเที่ยวเข้ามาก็อยากจะเปิดเต็มที่เหมือนแต่ก่อน มากกว่าคือถึงเช้าชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจะได้นำเม็ดเงินกลับมา แต่เรามีกฎหมายและกติกาสังคมควรทำให้ถูกต้องดีกว่าครับคนกระบี่ ทนายตั้มเป็นทนายของประชาชนครับทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้หิวแสงแค่อยากให้สังคมมีความเท่าเทียม เรื่องนี้จะจบอย่างไรต้องตามกันต่อไปค่ะ

ขอขอบคุณ : ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ