เปิดประวัติ หมอกระต่าย

เรียกว่าเป็นข่าวที่สร้างความเศร้าโศกเสียใจเเก่ครอบครัว เเละวงการเเพทย์อยู่ไม่น้อย เมื่อแพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย แพทย์โรงพยาบาลรามาฯ ถูกตำรวจ ยศ ส.ต.ต. ขับขี่ จยย. big bike ducati สีแดง ชนขณะข้ามทางม้าลาย หน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ถนนพญาไทอาการสาหัสไม่มีชีพจร และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เกิดเหตุเวลาประมาณ 15.00น. วันที่ 21 ม.ค.65

ล่าสุดทางเฟซบุ๊ก รู้เรื่องตา-ตาปลอม ได้ออกมาเผยประวัติของหมอกระต่ายว่า “เรียนกันกี่ปีกว่าจะมาเป็นหมอตาอันนี้คือข้อมูลของประเทศไทยนะคะ บ้านเราจบ ม.6 แล้ว เข้ามหาวิทยาลัยต่อ

👉🏻เรียนหมอ 6 ปี

จบแล้วต้องไปทำงานใช้ทุนก่อน อย่างน้อย 3 ปีค่อยได้เข้ามาเรียนเฉพาะทาง หรือบางสาขา บางสถาบันให้ใช้ทุน 1 ปีก่อนมาเรียนเฉพาะทาง ใน 6 ปีนั้น เรียนแผนกตาแค่ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นกับแต่ละสถาบัน จึงไม่น่าแปลกใจที่หมอที่จบ 6 ปีอาจไม่คุ้นชินกับการรักษาโรคทางตา

👉🏻เรียนจักษุวิทยา 3 ปี

อันนี้ตอนเข้าแผนกใหม่ๆกันงง อย่างกับอยู่คนละโลก เนื่องจาก ศัพท์ใหม่ๆมากมาย ตัวย่ออย่างกับภาษามนุษย์ต่างดาวเต็มไปหมด ตรวจวัดความดันตาโดยเครื่องมือที่ติดเครื่องตรวจเอาไปแตะกระจกตาของคนไข้ซึ่งเป็นภาพที่คนไข้มักจะกลัว และเราต้องแตะแบบไม่เหลือร่องรอยบาดเจ็บให้กระจกตากว่าจะจบหมอตาได้ ผ่านการฝึกฝนกันมาอย่างหนัก

👉🏻เรียนเฉพาะทางสาขาย่อยทางจักษุ ซึ่ง ทางตาเรามีสาขาย่อย 10 สาขา แต่ละสาขาเรียนกันหลักสูตรในประเทศ สาขาละ 1-2 ปีและบางรายอาจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอีก 1-2 ปีจะเห็นได้ว่า กว่าจะผลิตหมอตาออกมาได้คนนึง โดยเฉพาะหมอตาที่เป็นสาขาเฉพาะทางใช้เวลาและความยากในการผลิตมากมาย

กรณีน้องที่ถูกรถชนเสียชีวิตนี้

น้องเป็น หมอสาขาที่ขาดแคลน และเป็นหมอที่ตั้งใจเรียนสาขาย่อยถึง 2 สาขาในคนเดียวกัน ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยทางตาได้มาก ทั้งสาขาจอตา ที่ในประเทศมีประมาณ ร้อยคนเศษ

และสาขาม่านตาอักเสบที่ในประเทศมีอยู่ไม่กี่สิบคน 🌸 น่าจะไม่ถึง 50 คนทั้งประเทศด้วยซ้ำไป อุบัติเหตุในครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายกับวงการจักษุ และเป็นที่น่าเสียดายต่อคนไข้ที่ขาดหมอที่เก่งและดีมากๆ ไปอีกคน

ขอให้มีกระบวนการแก้ไขอย่าให้มีการบาดเจ็บ เสียหาย เสียชีวิตเกิดขึ้นกับใครอีกเลย รณรงค์ให้มีกฏหมายและการแก้ไขป้องกันที่เข้มงวดมากกว่านี้ค่ะ

ทางม้าลาย ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนข้ามถนน รถควรหยุดหรือชะลอเมือเห็นคนข้ามทางม้าลายผู้ที่ฝืนกฏควรได้รับโทษที่เหมาะสม”

ขอบคุณข้อมูล:รู้เรื่องตา-ตาปลอม