ทิ ดไพรวัลย์ โพสต์ข้อคิด

หลายคนชื่นชอบมากเลยละค่ะ สำหรับ ‘ทิดไพรวัลย์ วรรณบุตร’ เพราะแม้จะสึกออกมาแล้วก็ยังให้ข้อคิดและคำสอนที่ดีกับแฟนๆอยู่โดยตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวมักจะเจอเสมอหลังสึกออกมาแล้วนั่นคือการตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นจากชาวเน็ตหรือสื่อเอง

ที่ชอบตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศ และมักจะให้ช่วยยืนยันว่าตัวเองเป็นเพศไหนและชอบผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย ? งานนี้ทิดไพรวัลย์จึงได้ออกมาโพสต์สอนและให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องการถามเพศสภาพคนอื่นแล้ว เอาเป็นว่าจะว่ายังไงบ้างนั้นไปอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

พูดเรื่องเพศสภาพ หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมผมถึงไม่ยืนยันว่า ผมเป็นผู้ชายแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่พูดให้ชัดๆไปเลยว่า ตัวเองชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมอยากจะพูดให้ชัดตรงนี้เลยว่า นี่คือความตั้งใจของผมที่ต้องการให้เป็นแบบนั้น ผมอยากให้สังคม โดยเฉพาะก็สื่อเข้าใจเสียทีว่า ไม่ว่าการจะชอบเพศไหน หรือการมีรสนิยมทางเพศแบบใด มันคือเรื่องส่วนบุคคลของคนอื่นที่เราไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่มยาม ไม่สิทธิ์ตัดสินหรือกำหนดกฎเกณฑ์ แม้เพียงการพยายามเค้นถามเรื่องพวกนี้ ก็เป็นอะไรที่ไร้มารยาทและดูไม่มีการศึกษาสุดๆ

ผมพยายามจะทำให้สังคมมองเห็นว่า การที่ใครสักคนจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหนมันปกติมากๆ (เน้นคำว่า ปกติมากๆ) ผู้ชายรักผู้หญิง ผู้หญิงรักผู้ชาย ผู้ชายรักผู้ชาย และผู้หญิงรักผู้หญิง หรืออื่นๆ อีกมากมาย นี่มันคือเรื่องปกติ มากไปกว่านั้น แม้การไม่ชัดเจนเรื่องเพศสภาพก็เป็นเรื่องปกติ การที่ใครสักคนไม่ปิดกั้นตัวเองว่า ควรจะต้องมีคู่รักเป็นคนเพศสภาพแบบไหน

การที่ใครสักคนซึ่งเคยชอบผู้หญิงแล้วจะเปลี่ยนมาชอบผู้ชาย หรือการที่ใครสักคนซึ่งเคยชอบผู้ชายจะเปลี่ยนมาชอบผู้หญิง นี่ก็เป็นเรื่องปกติ (ปกติชนิดที่ไม่ควรตั้งคำถาม เพื่อทำให้ดูเหมือนว่า มันไม่ปกติ หรือเป็นเรื่องผิดแปลกอะไร) สำหรับผม สังคมไหนก็ตามที่ยังซอกแซกเรื่องส่วนบุคคลของคนอื่น เรื่องรสนิยม ไม่ว่าจะรสนิยมทางเพศ รสนิยมทางการแต่งตัว และอื่นๆ สังคมที่ยังมาตั้งคำถามเสร่อๆ แบบหน้าตาลอยว่า แมนหรือเปล่า แมนร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม เป็นสังคมที่การศึกษายังไม่พัฒนานะ และควรจะต้องพัฒนาได้แล้ว

เห็นด้วยครับ! รสนิยมทางเพศ เป็นสิทธิส่วนบุคคล #สังคมไม่ต้องเสือx เช่น “น้องสาวผมเป็นทอม แต่งงานกับสาว 2” ก็รักกันดีจนวันนี้ ก็เป็น 10 ปีแล้ว 😘#รักไม่มีเงื่อนไข รักก็คือรัก ไม่ซับซ้อน สังคมต่างหากทำให้มันซับซ้อน‼️ , ง่ายๆเลย สังคมอย่าเสือn , จริงงงสุดดค่ะ , กราบใน ข้อความ ดีๆๆที่ควร ให้ ทุกคน เคารพสิทธิ ส่วนตัวซึ่งกันและกัน, เห็นด้วยค่ะน้องมหา มารยาทในสังคมเดี๋ยวนี้นี้ลดลงอย่างน่าใจหาย…แทบจะไม่เหลือแล้ว! , สังคมไทยยังขาดคำว่า respect ค่ะ

ขอบคุณ พส ที่พูดเรื่องนี้มาเสมอ ตั้งแต่ก่อนลาสิกขา รสนิยม ความชื่นชอบ ในทุก ๆ เรื่องของผู้อื่น ไม่ใช่กิจที่เราหรือคนนอกต้องเข้าไปตัดสิน ล้อเลียนชีวิตเขา ส่วนตัวเองได้อ่านบทความของพส มาก็พยายามจะปรับตัวเองให้คิดก่อนพูด คิดก่อนวิจารณ์ หรือแม้แต่คิดแต่ไม่ควรพูด ในเรื่องของผู้อื่นเสมอ ๆ ขอบคุณนะคะ , สังคมเราเก่งมากกับเรื่องคนอื่น , ส.ที่ดีคือ ส.ไม่เสือx ทัชใจมากค่ะ, จริงค่ะ คนส่วนมากยังตัดสินชีวิตคนอื่นด้วยคำสนุกปากอยุ่เรื่อยไป , จริงค่ะ มันคือเรื่องปกติ และเป็นสิทธิส่วนบุคคล , เต็ม10ไม่หัก

งานนี้ก็ทำชาวเน็ตเข้ามากดไลค์และคอมเมนต์สนั่นเลยละค่ะ ซึ่งหลายคนก็ชื่นชมและบอกเลยว่า จริง เพราะทุกวันนี้หลายคนรวมถึงสื่อเองก็ไม่ให้เกียรติ เรื่องส่วนตัวอย่างเรื่องเพศสภาพแบบนี้เลย

เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือชอบเพศไหนก็ไม่ควรไปตั้งคำถามแล้วละค่ะ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และมีเรื่องอีกหลายเรื่องเลยที่เราสามารถพูดคุยกันได้และไม่ทำให้ผู้ถูกถามรู้สึกไม่ดีกับคำถาม

ยังไงก็ขอบคุณทิดไพรวัลย์ด้วยที่ออกมาให้ข้อคิดและเตือนสติสื่อเอง ก็หวังว่าหลังจากนี้พิธีกรจะคัดคำถามและไม่มานั่งถามอีกว่าคนคนนั้นเป็นเพศอะไร และชอบเพศไหนระหว่างผู้หญิงหรือว่าผู้ชายนั่นเอง

เชื่อว่าหลายคนมีส่วนมากๆที่ทำให้สังคมของเราเปลี่ยนได้ ไม่ว่าจะเป็นคนดังที่ออกมาให้ข้อคิด รวมถึงชาวเน็ตที่ช่วยกันส่งฟีดแบ็คจนทำให้สื่อและหลายรายการมีการปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ขอบคุณข้อมูล : ไพรวัลย์ วรรณบุตร