เปิดที่มา ‘กะทิชาวเกาะ’

เรียกว่าเป็นธุรกิจที่เกิดจากความพยายามเเละไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามา สำหรับธุรกิจกะทิชาวเกาะ ที่ได้กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้มาจากคุณนายเเม่ จรีพร เทพผดุงพร ผู้ก่อตั้งรุ่นเเรกที่ได้เริ่มต้นอาชีพในวงการค้ามะพร้าวจากการเป็นเเม่ค้าขายมะพร้าวลูก เเถมริมฝั่งเเม่น้ำเจ้าพระยาย่านตลาดท่าเตียน

ภายใต้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมมะพร้าว จรีพรเริ่มต้นจากศูนย์จากเเม่ค้าที่จบการศึกษาเพียงชั้นประถมสี่ เเต่เธอมองว่าการศึกษาสำคัญ จึงส่งลูกๆเรียนให้สูงที่สุด “ก็ฉันเรียนป.4วัดศาลาเเดง เเล้วเรียนไม่ใช่จะเรียนง่ายๆเช้าต้องไปเรียนเเต่เช้า กลางวันกลับมาทานข้าวที่บ้านทำงานทุกวัน

ใจเราคิดไว้ว่าเราไม่มีความรู้ เเต่ต้องให้ลูกเรามีความรู้ทุกคน พยายามที่สุดลูกเราต้องไปเรียนเมืองนอกด้วยทุกคนเลย” จรีพรมีลูกๆถึง 5 คน เธอพยายามส่งเสียลูกๆทุกคนให้เรียนสูงๆจุดเริ่มต้นของกะทิชาวเกาะ

เกิดขึ้นเมื่อลูกชายจบการศึกษาจากต่างประเทศ เเละเเนะนำให้เปลี่ยนจากการขายมะพร้าวลูกมาผลิตกะทิสำเร็จรูปเเบบพาสเจอร์ไรส์ จรีพรเชื่อมั่นในตัวลูกชายจึงยอมเปลี่ยนทั้งที่ไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่

เริ่มแรก ตลาดไม่ตอบรับกะทิสำเร็จรูป แต่จรีพร บอกว่าเธอท้อไม่ได้ แม้จะเหนื่อยจนสายตัวเเทบขาด และร้องไห้แทบทุกคืน “ทำกะทิเริ่มแรกก็ขายไม่ได้เอาไปให้เเม่ค้าไปอ้อนวอนเค้าบอกว่าช่วยซื้อหน่อยเขาก็บอกไม่เอา

ไม่เป็นไรช่วยเหอะขายได้ก็เก็บเงิน ขายไม่ได้ก็ไม่เอาเงิน เราก็มานั่งร้องไห้ว่าเอ๊ะเราทำแบบนี้เราจะสู้ต่อไปไหมเนี้ยกลางคืนนอนร้องไห้คิดว่าจะทำยังไงดี ใจหนึ่งต้องสู้บอกลูกๆว่าไม่เป็นไรขายได้ก็ขายขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ทดลองใช้ฟรี จรีพรใช้เวลา 3 ปี ผลผลิตกะทิชาวเกาะของเธอจึงได้รับการยอมรับในที่สุดและพัฒนาเรื่อยมากระทั่งอาณาจักรของเทพผดุงพรมะพร้าว

มีมูลค่าธุรกิจสูงถึงปีละ 6 พันล้านบาทและธุรกิจยังคงเป็นกิจการในครอบครัว จากรุ่นสู่รู่นปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 2 และ รุ่นที่ 3 ในตระกูล เทพผดุงพรเข้ามาบริหารงานทั้งหมดแล้ว จรีพร ย้ำกับลูกๆทุกคนให้อดทน

เผชิญหน้ากับความลำบาก และวันข้างหน้าจะดีขึ้นเองวันนี้ลูกๆ ทุกคนของจรีพรภาคภูมิใจในความเป็นหญิงแกร่งของเเม่ ที่กัดฟันต่อสู้กับความลำบาก ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง

จนผ่านพ้นมาได้ และยกให้นายแม่ผู้นี้ เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต อย่าง เกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร ลูกชายคนที่ 3 ที่รับหน้าที่กรรมการบริหาร ผู้จัดการโรงงานกะทิชาวเกาะ บอกว่า เขาภูมิใจในตัวเเม่ของเขามาก

“แม่เป็นไอดอลให้พวกเราทุกๆ คนว่าต้องขยันทำมาค้าขายซื่อสัตย์ต่อลูกค้า รักษาคุณภาพสินค้าให้ดีๆเเล้วก็เป็นหลักของพวกเรามาตลอดในการทำการค้ามาตลอด”

ขอบคุณข้อมูล:BRIGHT TV,tcc-chaokoh