ชีวิ ตของ ต๊อบ ก่อนจะมาเป็นเจ้าสัวเถ้าแก่น้อย

เป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีค่ะ สำหรับ ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” โดย ต๊อบ นั้นเป็นนักธุรกิจชาวไทย ผู้ก่อตั้งบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งผลิตสาหร่ายทะเลทอดกรอบ และขนมขบเคี้ยวภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” เมื่อปี พ.ศ. 2546 ขณะที่เขาอายุ 19 ปี

จึงเป็นเหตุให้จีทีเอช ได้นำเค้าโครงชีวประวัติของเขาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ท็อป ซีเคร็ต วัยรุ่นพันล้าน” ในปี พ.ศ. 2554 ต๊อบ เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนนักธุรกิจการศึกษา ปัจจุบันอายุ 37 ปี

โดยมีพี่ชายทำงานอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ต๊อบ จบการศึกษาชั้นอนุบาลและประถมศึกษาจากโรงเรียนปานะพันธ์วิทยา มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี และมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ปัจจุบันสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โดยหนังเรื่อง “ท็อป ซีเคร็ต วัยรุ่นพันล้าน” นั้นได้พระเอกหนุ่ม พีช พชร ทายาทเซ็นทรัลมาถ่ายทอดผ่านตัวละคร โดยกว่าจะมาเป็นธุรกิจจำหน่ายสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ที่มีวางขายในร้านเซเว่นทั่วโลกอย่างนี้บอกเลยค่ะว่าไม่ง่าย

ก่อนที่ ต๊อบ จะมาเป็นนักธุรกิจร้อยล้านนั้นสมัยที่ยังเป็นเด็กเขาติดเกมอย่างหนัก เรียนหนังสือก็ไม่เก่ง อยู่ในจุดที่คุณครูที่โรงเรียนนั้นคิดว่าจะเรียนจบมีอนาคตหรือเปล่า ตอนนั้นพ่อแม่ก็เป็นห่วงมากเช่นกัน

เนื่องจากว่า ต๊อบ นั้นเล่นเกมเก่งมากๆๆแล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขานั้นสามารถหารายได้จากเกมได้อย่างมากมาย แต่แล้วในที่สุดกระแสเกมก็ลดลงทำให้ ต๊อบ นั้นขาดรายได้ ครอบครัวตอนนั้นก็ต้องล้มละลายจุดนี้จึงทำให้เขาต้องลุกขึ้นสู้มากู้วิกฤตให้กับที่บ้าน

นำเงินที่ได้จากการเล่นเกมมาสร้างธุรกิจของตัวเอง เริ่มต้นจากการขายเกาลัดติดต่อขอเปิดแฟรนไชส์ขายเกาลัดในห้าง แล้วก็มีการติดต่อสินค้าอื่นๆจากจีนอย่างลูกพลับอบแห้ง สาหร่ายทอดเข้ามาขายเพิ่ม

แล้วทีนี้ก็มีคนมาซื้อสาหร่ายกินเยอะ และจุดนี้เองที่ทำให้ ต๊อบ นั้นมองเห็นแล้วว่าสาหร่ายทอดนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก เขาเลยติดต่อไปยังร้านเซเว่นเพื่อขอนำสาหร่ายเข้าไปวางขาย แต่แล้วก็โดนปฏิเสธเพราะบรรจุภัณฑ์ยังไม่ดีพอ

อีกทั้งสาหร่ายยังเก็บรักษาได้ไม่นาน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ยอมแพ้กลับมาปรับปรุงใหม่แล้วส่งไปอีกครั้งจนในที่สุดก็ผ่าน แม้ตอนนั้นจะไม่มีโรงงานหรือเครื่องมือแต่เพราะกล้าเสี่ยงเขาเลยตัดสินใจขายแฟรนไชส์เกาลัดทั้งหมดมาเปิดโรงงาน แล้วในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและปัจจุบันยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

ขอขอบคุณ : ต๊อบ อิทธิพัทธ์