ทนายดัง เคลียร์ปมชาย 2 คนในโรงหนัง

วันที่ 12 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา ในโลกโซเชียลแห่แชร์กันสนั่นกับประเด็นดราม่าสุดเดือดของหนุ่มคนหนึ่งที่ไปดูหนังในโรงหนัง เจ้าตัวไม่พอใจมากๆเมื่อมีลุงคนหนึ่งมาเตะเบาะหลังเหตุเพราะไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีเท่านั้น ท่ามกลางชาวเน็ตถกเถียงกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันที่ 14 พ.ย. 64 ทนายชื่อดัง เกิดผล แก้วเกิด ก็ได้ออกมาโพสต์เคลียร์ผ่านเฟซบุ๊กสรุปแล้วใครผิดใครถูกกันแน่ ระบุว่า ตามที่เป็นประเด็นทางสังคม ในกรณีที่มีชาย 2 คนในโรงหนังซึ่งขณะนั้นทางโรงหนังกำลังเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่ มีคนลุกขึ้นยืนตรงทำความเคารพ

แต่ ชายคนที่ 1 นั่ง ไม่ยอมลุก ชายคนที่ 2 ซึ่งอยู่ข้างหลัง เห็นและไม่พอใจ จึงใช้เท้าเตะเก้าอี้ชายคนที่ 1 หลายครั้ง #มีประเด็นทางกฎหมายว่า การไม่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ

เมื่อเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น ในโรงหนังผู้ที่นั่งอยู่ มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ⁉ แต่เดิมที มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ ฉบับปี 2485 มาตรา 6

#ให้ทุกคนต้องเคารพตามระเบียบเครื่องแบบ หรือประเพณี (3) ระบุ #ข้อกำหนดให้เคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีไว้ชัดเจนผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ #แต่ต่อมา มีการแก้ไขกฎหมาย โดยมีการตราพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ ฉบับ ปี 2553 กำหนด #ยกเลิกกฎหมายฉบับเก่าทั้งสิ้น 5 ฉบับ

ในมาตราที่ 3 ทำให้พ.ร.บ.วัฒนธรรม ปี 2485 ถูกยกเลิกไป และกฎหมายใหม่ไม่ได้บัญญัติให้มีบทลงโทษ ในกรณีที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี เหมือนกฎหมายเก่าอีกต่อไป

#ปัจจุบัน ผู้ที่ไม่ยืนฯ #จึงไม่มีความผิดอีกต่อไป #แต่คนที่เตะเก้าอี้ของคนที่ไม่ยืน เพราะไม่พอใจ #มีความผิดฐาน อันเป็นการ #รังแกข่มเหง คุกคาม หรือ ให้ได้รับความอับอายหรือ

#เดือดร้อนรำคาญต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 สรุปก็คือคนที่ไม่ยืนไม่มีคนผิด ส่วนคนที่ไปเตะนั้นมีคนผิด

ขอบคุณข้อมูล : ทนายเกิดผล แก้วเกิด