เจ้าของแลมโบฯ 31 ล้าน แจงไม่ไล่เบี้ยจากรถกระบะสักบาทเดียว

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจไปแล้วค่ะ สำหรับกรณีของรถกระบะที่ขับไปชนท้ายรถแลมโบกินี่ราคา 31 ล้านของ ไฮโซอินน์ กษิดิศ เกษมสันต์ ดุลยจินดา ซึ่งค่าซ่อมรถแลมโบกินี่นั้นคาดว่าน่าจะประมาณ 5 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ทาง ไฮโซอินน์ ไม่ติดใจอะไรแล้วยังเผยอีกว่า “รถเป็นแค่ของนอกกาย” จนหลายคนแห่เข้ามาชื่นชมว่า ไฮโซอินน์ นั้นนอกจากจะหล่อแล้วยังใจดีอีกด้วย

แต่ถ้าใครที่ตามข่าวจะรู้ดีว่าต่อจากนั้นได้มีกระแสข่าวออกมาต่างๆว่าสรุปแล้วเรื่องนี้ใครกันแน่ที่เป็นคนผิด แล้วยังมีการพูดถึงเรื่องเงินค่าซ่อมรถอีกว่าเดี๋ยวทางประกันภัยก็คงจะไปเก็บจากทางเจ้าของรถกระบะอีกที วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นเลยทีเดียวค่ะ

ล่าสุดทำให้ทาง ไฮโซอินน์ ต้องออกมาชี้แจงถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้น ทั้งยังย้ำอีกว่าตนเองนั้นไม่ได้ไปไล่เบี้ยเก็บเงินจากทางคู่กรณีแม้แต่บาทเดียว โดยระบุว่า “ขออนุญาติชี้แจงคำถามที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ไม่ว่าตามกฎหมายผลจะชี้ว่าใครถูกหรือผิด

– ประกันภัยเป็นผู้ซ่อมรถให้ผม โดยผมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเอง หรือเรียกว่าค่าเสียหายส่วนแรก เพียง 200,000 บาท , ส่วนที่เหลืออยู่ในการดูแลของบริษัทประกันภัยทั้งหมด

– โดยมีการตกลงร่วมกันกับประกันภัยแล้วว่าจะไม่มีการไปไล่เบี้ยกับคู่กรณีต่อแม้แต่บาทเดียว รวมถึงการฟ้องร้องคู่กรณีในอนาคตด้วย

– ทั้งนี้ตัวผมเองนั้น ก็ได้เสนอช่วยเหลือค่าซ่อมรถให้คู่กรณีทั้งหมด เนื่องจากคู่กรณีไม่มีประกันภัย

คิดว่าทุกฝ่ายน่าจะแฮปปี้นะครับ ** การเรียกประกันภัยคือการผ่อนหนักเป็นเบา ให้มีผู้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ให้ โดยการแจ้งอุบัติเหตุในขณะมีคู่กรณี คือการแสดงความบริสุทธิ์ใจให้กับบริษัทประกันภัยด้วยว่าเราไม่ได้ตั้งใจเอาทรัพย์นั้นไปก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นเพราะ อุบัติเหตุจริงๆ **

ต้องขอขอบคุณผู้บริหารประกันภัยทุกท่านที่ทำให้เรื่องออกมาด้วยดีด้วยครับ ตัวผมเองต้องขออภัยที่ออกมาชี้แจงช้า เดิมทีมีความตั้งใจจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างผ่านทางสื่อ และรายการต่างที่ได้มีการนัดหมายไว้ในสัปดาห์หน้าแต่ในขณะนี้การชี้แจงข้อสงสัยของทุกท่านในตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า ขอบคุณครับ”

นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า “ตัวผมเอง อาจจะมีความคิดโง่ๆ แบบ รอไปพูดทีเดียวเลย ขอน้อมรับทุกคำติ ก่อนหน้านี้ เพราะการตัดสินใจพลาดของตัวเอง ไม่มีข้อแก้ตัวครับ”

และ “ผมแจ้งความประสงค์กับทางบริษัทประกันภัยให้ลงประวัติผมเป็นประมาทร่วมได้เลย ผลคือผมต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก เทียบเท่า หรือ เสมือนฝ่ายผิด แต่เงื่อนไขนี้ ทำให้บริษัทสามารถเข้ามาซ่อมรถผมได้ทันที

โดยไม่ต้องรอ ให้มีการฟ้องร้องจนมีคำวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาด ** และบริษัทยังไม่ต้องไปเรียกกับคู่กรณีต่อด้วย ** ส่วนตัวผมประสงค์ซ่อมรถให้คู่กรณีต่อด้วยตัวเอง ช่วยกันแบ่งเบาภาระกันไปทุกฝ่ายครับ” ชัดเจนนะคะทุกคน

ขอขอบคุณ : Kasidith Dulyachinda