ยายกุ้งฝอย วอนหยุดนำลูกมาให้เลี้ยง

คนเรานั้นไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองไปซะทุกคน คนที่เกิดมารวยบ้านมีฐานะดีก็ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับคนที่เกิดมาจนนั้นบอกเลยค่ะว่าชีวิตกว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ต้องคิดอยู่ทุกวันว่าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อข้าวกิน จะมีเงินจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟไหมต่างๆนานา

อย่างเช่นเรื่องราวอันน่าเศร้าใจของคุณยายกับหลานๆที่เราจะมานำเสนอให้ทุกคนในวันนี้ โดยเป็นเรื่องราวของคุณยายกุ้งฝอย ที่ตอนนี้ตัวเองก็แก่ชรามากแล้ว ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวมีแรงไปทำงานอะไรมากนักเพราะว่าอายุก็ 78 ปีไปแล้ว

สภาพบ้านของยายนั้นเป็นบ้านเก่า ใต้ถุนบ้านยกสูงแบ่งซอยห้องใช้มีทั้งห้องครัวและห้องนอน มีผู้อาศัยอยู่ด้วยกันกว่า 22 คน มีตั้งแต่เด็กอายุระหว่าง 5 เดือน – 14 ปี 9 คน อีก 4 คน เป็นวัยทำงานมีอาชีพรับจ้างทั่วไป

รายได้ 250-300 บาทต่อวัน ซึ่งรายได้ทั้งหมดไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายในการดำรงชีพและค่าเล่าเรียนของเด็กๆ ด้วยความที่ไม่มีทุนจะสร้างบ้านใหม่เลยต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมดต้องนอนรวมกัน ยายนอนที่ห้องครัว

ห้องน้ำก็มีแค่ห้องเดียวเวลาจะใช้ก็ต้องต่อคิวกันเอา ยายกุ้งฝอย นั้นเล่าว่าตัวเองมีลูกชาย 1 คน ลูกสาว 4 คน ปัจจุบันลูกสาวคนโตที่อยู่ด้วยเป็นอัมพฤกษ์ไม่มีอาชีพ หน้าที่ก็คือคอยหุงหาอาหารให้คนในบ้านกิน

ส่วนน้องๆออกไปทำงานที่อื่นกันหมดและเสียชีวิตไป 1 คน ต่อมาลูกชายมีหลานมาให้เลี้ยงอีก 4 คนต่อมาพอหลานมีครอบครัวก็มีเหลนมาให้เลี้ยงอีกหลายคน จนตอนนี้รวมสมาชิกทั้งหมด 22 คนแล้ว

เหลนที่ไปเรียนมีอยู่ 6 คน บางคนไม่อยากไปโรงเรียนเนื่องจากไม่มีรองเท้าใส่เกรงว่าครูจะดุ สิ่งที่ต้องการคืออยากจะให้ช่วยเหลือเด็กๆทั้งเรื่องของชุดนักเรียนและค่าใช้จ่ายของเด็กๆ ส่วนอาหารก็มีกินตามมีตามเกิด

บางวันไม่มีก็ต้องหายืมเพื่อนบ้าน แล้วก็ยังเดือดร้อนเรื่องทางเข้าบ้าน เนื่องจากทางเข้าบ้านนั้นเดิมทีเป็นที่เป็นของญาติๆแต่ว่าถูกขายไปหมดแล้วเจ้าของใหม่ได้ล้อมรั้วจนเข้าออกลำบาก จึงอยากจะวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

นอกจากนี้ยายยังขอร้องเอาไว้อีกว่าอย่านำหลานๆเหลนๆมาให้เลี้ยงเพิ่มอีกเลยเพราะว่าตัวเองนั้นไม่ค่อยจะมีทุนเลี้ยง มีเพียงเบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 700 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ขอให้สู้ๆนะคะ