ชายหนุ่ม กระโดดน้ำลงไปช่วยลุง

เป็นเรื่องราวที่หลายคนเศร้าใจไปตามๆกันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับ เรื่องราวของ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่รีบกระโดดน้ำลงไปช่วยคุณลุงคนหนึ่งที่อยู่กลางแม่น้ำ ซึ่งคุณลุงนั้นทำเหมือนท่าทีว่าจะจมน้ำ แต่สุดท้ายชายหนุ่มที่กระโดดไปช่วยคุณลุงกลับต้องมาเสียชีวิต

เพราะว่าถูกกระแสน้ำพัดหายไป แต่ฝ่ายคุณลุงนั้นกลับว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผู้ชายที่กระโดดน้ำลงไปช่วยนั้นเขาหารู้ไม่ว่าเรื่องนี้ตัวเองนั้นโดนหลอกเต็มๆ ทั้งยังต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่อีกด้วย

โดยทางผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เอก ศรีสุวรรณ” ระบุว่า “พ่อแบตของหนูไปอยู่บนสวรรค์แล้วลูก!!! นี่เป็นภาพสุดท้ายที่มีคนถ่ายไว้ได้ในขณะที่น้องแบตกระโดดน้ำลงไปช่วยชายคนนึง(ตามภาพวงกลมสีน้ำตาล)

ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะสามารถว่ายเข้าฝั่งได้แต่ขณะเดียวกันน้องแบต(ในวงสีลาย) ถูกกระแสน้ำพัดจนจมหายไป…และตามภาพคือบุคคลที่น้องแบตกระโดดน้ำไปช่วยครับ… #ตั้งใจทำดีจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจริงๆน้องเอ๊ยยย… หมอเอก ผมเกิดในรัชกาลที่เก้า”

นอกจากนี้ยังมีคลิปที่ทางลูกสาวของผู้เสียชีวิตนั้นได้ยืนตะโกนจากฝั่งเรียกหาพ่อ ให้พ่อกลับบ้านสร้างความเศร้าเสียใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ อย่างไรก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

ซึ่งต่อมานั้นก็ได้มีชาวเน็ตเข้ามาให้ข้อมูลว่าแท้จริงแล้วคุณลุงคนที่เหมือนจะจมน้ำนั้นเป็นคนสติไม่ดี ชอบลงไปว่ายน้ำเล่นในคลอง ในแม่น้ำอยู่บ่อยๆ ซึ่งท่าทางน่าจะว่ายน้ำแข็งน่าดูเลยนะคะ แต่คุณลุงจะรู้หรือไม่ว่าการกระทำแบบนี้ทำให้มีคนต้องเสียชีวิต

อย่างชาวเน็ตรายนี้ที่เข้ามาให้ข้อมูลว่า “คืนนี้เวลาประมาณ 11 โมง ยิ่งยง ยังคงลงไปในน้ำ แถวๆหมู่ 5 อยู่นะคะคือเล่นน้ำปกติ เผื่อมีคนไม่รู้ ลงไปช่วยเหลืออีก จะได้เตือนๆกันไว้ จะได้ไม่เป็นเหตุการณ์ ที่ผ่านมาอีก *เหตุการณ์น้องแบต ไว้เตือนทุกๆคนนะคะ”

และชาวเน็ตรายอื่นๆคอมเมนต์กันรัวๆเลยว่า ลุงเค้าสติไม่ดีค่ะ. วันนี้ก็ยังคงลงไปในแม่น้ำ. ถ้าใครไม่รู้จริงๆก็คิดว่าเค้าจะจมน้ำ , ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ , RIP ครับ , Ripด้วยครับ

คุณลุงจิตใจคุณลุงทำด้วยอะไรทำมัยถีงทำแบบนิ้ค่ะอายุกอเยอะแล้วทำมัยถีงทำแบบนิ้ระวังเวรกรรมมีจริงนะค่ะ , ลุงชาตินี้ก็บาปชาติหน้าบาปอีกทำให้คนดีๆมาตายเพราะลุงสงสารต้องมาตาย , อีกไม่นานลุงคงแกคงได้ตายจริงหรอกสงสารก็แด็กเสียพ่อไปเสียใจด้วยค่ะ อย่างไรต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ : เอก ศรีสุวรรณ