สาวิตรี เรียกค่าสินไหม 10.3 ล้าน

จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย.64 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพร้อมทนายในเครือข่ายอีก 1 ท่านร่วมเดินทามาที่ศาล จ.มุกดาหาร

โดยมีการประสานกับ นายอนามัย วงศ์ศรีชา และ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องชมพู่ได้เดินทางมาที่ศาล จ.มุกดาหาร ยื่นมีส่วนร่วมทางคดี พร้อมเรียกค่าเสียหายทดแทนเป็นเงิน 10 ล้าน 3 แสนบาท

นายอัจฉริยะเรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมกล่าวว่า วันนี้หลังได้มายื่นมีส่วนร่วมทางคดี พร้อมเรียกค่าเสียหายทดแทนเป็นเงิน 10 ล้าน 3 แสนบาท

โดยเมื่อเวลา 11.00น.หลังจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมทนายในเครือข่าย และ พ่อแม่น้องชมพู่ ลงจากศาลโดย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และทนายในเครือข่ายได้มาพบพูดคุยปรึกษาหารือกับทางอัยการ ในการเป็นโจษทย์ร่วมในการสนับสนุนข้อมูลกับทางอัยการ

ซึ่งเงินที่เราเรียกนั้น เป็นเรื่องทางคดีก็เป็นกฎหมายที่เราสามารถเรียกร้องทางคดีอาญาได้เลย โดยไม่ต้องเสียค่าวางศาล 2 เปอร์เซ็น ถ้าเราไปฟ้องแพ่งเราจะต้องเสียค่าวางศาล 2 เปอร์เซ็น และก็ต้องแยกคดีทางฟ้องแพ่งต่างหาก

แต่นี้เราฟ้องในคดีอาญาเหมือนกับอาญาเกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่ง ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนในการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เงินจำนวน 10 ล้าน 3 แสนบาทที่เรียกซึ่ง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลที่จะนำสืบ

เมื่อถึงเวลานำสืบเราจะต้องชี้ให้เห็นว่า 10 ล้าน 3 แสนตัวเลขนี้มาจากตรงไหน ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่เราจะต้องไปตอบในศาล เพราะทนายจำเลยก็จะต้องถามค้านเราอยู่แล้ว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเราเรียกจากผู้ต้องหา

แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นศาลทางฝั่งทนายจำเลยเขาก็จะต้องถามค้านอยู่แล้วว่าตัวเลข 10 ล้าน 3 แสน ที่เราเรียกไปนั้นตัวเลขอะไรมาจากที่ไหน ซึ่งเราก็จะต้องทำเป็นตารางเพื่อจะชี้แจงให้ศาลได้ทราบ ที่เราเรียกจากตัวเลขความสูญเสียมาจากอะไร

ที่จริงแล้วน้องชมพู่จะตีเป็นตัวเงินไม่ได้หรอก เพราะชีวิตคนจะตีมูลค่าเป็นเงินไม่ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราเรียกมาจากความสูญเสียของเด็กคนหนึ่ง ถ้าหากน้องชมพู่เขาโตขึ้นมาในภายหน้าเขาจะมีรายได้อย่างไร

เขาอาจจะเป็นดาราหรือทำงานเป็นผู้บริหารบริษัทหาเงินได้มากมายก็ได้ เป็นเรื่องที่เราจะต้องบรรยายให้เห็น ส่วนแม่น้องชมพู่กล่าวว่า ภูมิใจที่มีคุณอัจฉริยะมายืนเคียงข้าง เรียกเงินสินไหมช่วยดูแลคดีให้เรา

ที่จริงเราก็แค่ตาสีตาสาเราก็ต้องการอยากจะให้ใครซักคนมาช่วยเรา ช่วยนำพาเรา ว่าเราต้องทำอะไร ควรทำอย่างไร เราไม่มีความรู้เรื่องขั้นตอนทางกฎหมายแต่อย่างใด

แม่น้องชมพู่ เปิดเผยว่า สภาพจิตใจของครอบครัวก็ดีขึ้นบ้าง แต่ว่าในมุมมองและทางจิตใจของการสูญเสียลูกเล็กๆ น้องชมพู่ไปอย่างไม่มีวันกลับของครอบครัวเราทุกคนก็ยังคงเศร้าอยู่นั้นแหละ

แต่ว่าก็ยังคงต้องใช้ชีวิตสู้อยู่ต่อไป ในส่วนของตัวคุณพ่อน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ก็รู้สึกดีใจที่มีกลุ่มทนายและคุณอัจฉริยะมาช่วยดูแลทางคดีให้

ขอบคุณข้อมูล:JEAB THAIREFERENCE TEAM