น้องแจ๋วแหวว เด็กขายพวงมาลัย

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางปี 2563 ที่ผ่านมา ในโซเชียลแห่แชร์กันสนั่นกับภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งขายพวงมาลัยที่กำลังนั่งมัดผมอยู่บริเวณทางด่วน หลายๆคนต่างก็พูดไปเสียงเดียวกันว่าอินเนอร์นางแบบมาเต็มๆจนกลายเป็นกระแสโด่งดังชั่วข้ามคืน

ทราบชื่อภายหลัง น้องแจ๋วแหวว ด.ญ. พรวิภา พงษ์ปิ่น ในตอนนี้น้องอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้นเองค่า ซึ่ง น้องแจ๋วแหว เป็นเด็กกตัญญูจะมาช่วยครอบครัวขายพวงมาลัยตอนเย็นหลังเลิกเรียนทุกวัน

หลังจากที่กลายเป็นกระแสโด่งดังทำให้นักปั้นมือทองอย่าง อุ๊บ วิริยะ ทาบทามให้มาเป็นนางแบบในสังกัดแปลงโฉมใหม่ให้กับ น้องแจ๋วแหวว ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียวบอกเลยว่าสวยและปังสุดๆ

ก็ถือว่าเป็นการสานฝันให้น้องเลยก็ว่าได้เพราะน้องบอกว่าตนนั้นอยากเป็นดาราและหมองานนี้ อุ๊บ มองเห็นแววจึงอาสาสอนเดินแบบและพัฒนาบุคลิกภาพให้มีช่วงนี้หนึ่ง น้องแจ๋วแหว ก็คือดังมากๆเลยทีเดียวมีงานออกรายการทีวีตลอด

ล่าสุด หลังจากที่ น้องแจ๋วแหวว ได้ถูกแปลงโฉมสานฝันให้เป็นความจริงจนกลายเป็นคนดังข้ามคืนก็ได้กลับมาขายพวงมาลัยต่อ ช่วยครอบครัวหาเงินแม้ว่าจะเป็นเพียงเล็กๆน้อยๆ

เรียกได้ว่าขยันและกตัญญูมากๆเลยทีเดียว ถือว่าเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆในวัยเดียวกันให้ขยันเหมือนกับเธอ ในอนาคตเราอาจจะได้เห็น น้องแจ๋วแหวว โลดแล่นอยู่ในวงการนางแบบก็เป็นไปได้เนอะยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องสู้ๆนะคะ

ต่อมา อุ๊บ ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า .”.มีเพจหนึ่งลงประเด็นเรื่อง #พี่อุ๊บ และ #เด็กหญิงแจ๋วแหวว ขายพวงมาลัยใต้ ทางด่วน..หาว่าพี่อุ๊บทอดทิ้งน้องหลอกน้อง..จนน้องต้องกลับไปขายพวงมาลัยเช่นเดิม..จนทำให้มีคนมาคอมเม้นต์ด่าพี่อุ๊บมากมาย..จึงต้องขอชี้แจงดังนี้

1.ด้วยสถานการณ์แบบนี้..งานในวงการไม่มีใครมีหรอกครับ..พักยาว

2.ช่วงก่อนโควิดน้องมาเรียนเดินแบบและการแสดงตลอด..พี่อุ๊บไม่เก็บค่าเรียนน้อง..แถมเงินค่ารถและขนมกลับบ้านทุกครั้ง

3.ช่วงนั้นมีงานให้ตลอดครับ

4.ตอนโควิดก็ซื้อของและทุเรียนที่นางอยากกินไปเยี่ยมนางครับ

5.ไม่แปลกอะไรที่นางกลับไปขายพวงมาลัยเหมือนเดิม..เพราะเป็นอาชีพของยายและแม่นาง..ที่แจ๋วแหววช่วยขายมาตลอดครับ

6.โควิดซา..แจ๋วแหววก็จะกลับมาเรียนเดินแบบ-การแสดงและทำงานกับพี่อุ๊บเหมือนเดิม

7.ตอนนี้นางเรียนออนไลน์และขายพวงมาลัยเป็นเรื่องปกติครับ #จึงชี้แจงมาให้ทุกคนเข้าใจครับ #ทุกคำด่ามีค่าเป็นเงิน #ไม่รับกระเช้าและคำขอโทษครับ” เอาแล้วไงงานนี้เตรียมฟ้องอีกคนแล้ว

ขอบคุณข้อมูล : วิริยะ พงษ์อาจหาญ