ลงทะเบียนรอบใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากให้ลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ซึ่งสามารถนำเงินในบัตรไปกดซื้อของที่จำเป็นได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีพี่น้องประชาชนคนยากจนยังไม่ได้รับบัตรนี้

โดยความคืบหน้าโฆษกรัฐบาลยืนยันแล้วว่า ต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม และกลุ่มตกหล่น ที่รัฐบาลตรวจสอบพบว่ามีคุณสมบัติได้รับสิทธิบัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมประมาณ 16 ล้านคน รวมถึงความคืบหน้ามาตรการเยียวยาโควิด -19 ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนให้ทั่วถึง

ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างวางหลักเกณฑ์ เตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ เสนอคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมพิจารณาก่อน โฆษกรัฐบาล เผยว่า การลงทะเบียนรอบใหม่ ดังนี้

1. ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิเข้ามาลงทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มตกหล่นจากมาตรการของรัฐที่ผ่านมาที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถเข้าร่วมบัตรคนจนได้อีกกว่า 2 ล้านราย

2. ผู้ที่ได้รับสิทธิเดิมมีจำนวน 13.65 ล้านคน ก็ยังต้องมาลงทะเบียนใหม่ เพราะกระทรวงการคลังจะมีการปรับเงื่อนไขผู้ได้รับสิทธิ ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เกณฑ์การลงทะเบียนรอบใหม่นี้ จะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ที่ผ่านมา โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.52 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 7,668.6 ล้านบาท และ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.10 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 524.7 ล้านบาท

ด้านกระทรวงการคลัง เผยก่อนหน้านี้ว่า ผู้ทีได้รับสิทธิบัตรคนจนเดิม 13.65 ล้านคน จะต้องลงทะเบียนใหม่ เพราะกระทรวงการคลัง จะปรับเงื่อนไขให้มีความเหมาะสมกว่าเดิม เช่น พิจารณาจากรายรับของผู้รับสิทธิ จากเดิมกำหนดรายละไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ปรับเป็นรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อหัว

ยกตัวอย่างเช่น “แม่บ้าน” ถ้ามีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนไม่ถึง ก็ยังถือบัตรคนจนได้ ส่วนผู้ที่เคยถือบัตรคนจน แต่ช่วงที่ผ่านมา มีรายได้ มีงานทำ เช่น ข้าราชการ พนักงานเอกชน รวมถึง จะมีการพิจารณานำทรัพย์สิน เช่น สมุด บัญชี ที่ดิน บ้าน มาพิจารณา หากพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ก็ต้องตัดออกจากระบบ

ขณะที่ผู้ไม่เคยลงทะเบียน หรือเป็นกลุ่มตกหล่น เช่น กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน ประมาณอีก 2 ล้านคน ก็สามารถสมัครเข้ามารับสิทธิ์ได้ การลงทะเบียนรอบใหม่ จะทำให้ปิดช่องไม่ให้คนจนไม่จริงเข้ามาแอบอ้างสิทธิ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงมากขึ้น