กรมวิทย์ฯออกมาชี้เเจง หลัง เเต้ว ณฐพร เผยผลตรวจภูมิ

หลังจากที่สาวเเต้ว ณฐพร เข้าตรวจเชื้อโควิด หลังจากที่ได้ร่วมงานกับสาวเเพนเค้ก เขมนิจ ซึ่งออกมาประกาศว่าติดเชื้อก่อนหน้านี้ โดยสาวแต้วยังทำการตรวจภูมิคุ้มกันไปด้วย ซึ่งเป็นผลหลังจากฉีดวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็มเป็นเวลา 28 วันได้ผล 1098.5 AU/mL

ซึ่งลดลงมาจากการตรวจครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้แต้วได้ตรวจภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มเป็นเวลา 14 วัน ได้ผล 1286.4 AU/mLโดยแต้วระบุว่า “การตรวจภูมิคุ้มกันเพื่อวัดผลจากการฉีดวัคซีนนี้

ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันตัวเองยิ่งขึ้นแม้ฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม เพราะจากผลการตรวจจะเห็นว่าภูมิคุ้มกันแต้วลดลงในเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้แต้วเองก็ต้องกักตัว ต้องมีการป้องกันตัวเองจาก COVID-19 ยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง ขอให้ทุกท่านปลอดภัย”

ล่าสุด นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเผยว่า ” ถึงกรณีผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบตามเกณฑ์แล้วไปตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย

อย่างกรณีของ แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงชื่อดัง ว่า การตรวจหาภูมิคุ้มกันในห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เป็นการวัดระดับภูมิฯ ทั่วไปโดยรวมของร่างกาย ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าป้องกันโรคได้มากน้อยแค่ไหน

โดยเฉพาะการตรวจในแต่ละแล็บที่มีการตั้งค่าตรวจต่างกันไปด้วย และเป็นการตรวจเพียงส่วนแอนติสไปรท์ รีเซ็ปเตอร์บายดิ่ง โดเมน (Anti-spike Receptor Binding Domain : RBD)

ซึ่งหากภูมิฯ ขึ้นหลักพันก็ถือว่าสูงพอสมควรแล้ว ส่วนที่ลดลงมาเล็กน้อย ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าภูมิฯ ลดลงหรือไม่อย่างไร เพราะหากไปตรวจซ้ำอีกครั้งตัวเลขก็อาจจะเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลดลงได้อีก

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ส่วนที่กรมวิทยาศาสตร์ฯ ไม่แนะนำให้ประชาชนที่รับวัคซีนครบแล้วไปตรวจหาระดับภูมิฯ ด้วยตัวเองเพราะค่าเหล่านี้ไม่สามารถอ้างอิงได้ว่าจะป้องกันโรคโควิด-19 ได้มากน้อยอย่างไร

และที่สำคัญคือเชื้อโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลง วัคซีนที่ผลิตขึ้นมาใช้ขณะนี้ก็รองรับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมที่ระบาดในช่วงแรกเท่านั้น ดังนั้นการตรวจด้วยวิธีทางห้องแล็บทั่วไป

จึงจะมีข้อจำกัดบางประการ ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าระดับภูมิฯ ที่ขึ้นป้องกันไวรัสได้แค่ไหนนพ.ศุภกิจ กล่าวว่า วิธีตรวจหาระดับภูมิฯ ที่สามารถอ้างอิงได้

ต้องใช้วิธี plaque reduction neutralization test หรือ PRNT ด้วยการเจาะซีรั่มน้ำเหลือง แล้วนำมาตรวจกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ โดยตรง เพื่อให้รู้ว่ามีระดับภูมิฯต่อสายพันธุ์นั้นๆ อย่างไรบ้าง”

ขอบคุณข้อมูล:WorkpointTODAY,taewaew_natapohn