คุณหมอ ออกมาโพสต์

จากสถานการณ์โควิด-19ที่แพร่ระบาดหนัก ซึ่งก็ทำให้ตอนนี้ทางรัฐบาลก็ได้เร่งนำวัคซีนจากต่างประเทศมาฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน แต่งานนี้ก็เกิดปัญหาตามมาเพราะบางคนที่ได้รับวัคซีนไปแล้วมีอาการข้างเคียง บางคนถึงกับเสียชีวิต ถึงทำให้ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่กล้าฉีดวัคซีน

ล่าสุดวันนี้ 9 พ.ค. 64 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนะระ จ.สงขลา ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า ” คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่กล้าฉีดวัคซีน เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะครับ

ตัวเลขจำนวนผู้สมัครใจลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่าน “หมอพร้อม” ของอำเภอจะนะ มีจำนวนน้อยมาก เชื่อว่าทุกอำเภอมีลักษณะคล้ายกัน มาดูตัวเลขของอำเภอจะนะกันโรงพยาบาลจะนะ เปิดรับฉีดวัคซีนวันละ 360 ราย ปรากฏว่าตั้งแต่เปิดระบบมา มีผู้ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมเพียง 232 ราย ซึ่งน้อยมากๆ

วันที่ 30 เม.ย 64 ลงทะเบียน จำนวน 1 ราย

วันที่ 1 พ ค 64 จำนวน 67 ราย

วันที่ 2 พ.ค. 64 จำนวน 36 ราย

วันที่ 3 พ.ค. 64 จำนวน 25 ราย

วันที่ 4 พ.ค. 64 จำนวน 23 ราย

วันที่ 5 พ.ค. 64 จำนวน 29 ราย

วันที่ 6 พ.ค. 64 จำนวน 45 ราย

วันที่ 7 พ.ค. 64 จำนวน 6 ราย

รวมยอดจองจากหมอพร้อม 232 ราย

อสม.และเจ้าหน้าทีท รพ.สต.ได้เดินลงทะเบีนด้วยระบบ manual คือใช้กระดาษลงชื่อแล้ว มีการลงชื่อเพิ่มอีกราว 1,000 ราย แต่สำหรับอำเภอจะนะที่มีประชากร 100,000 คน มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังกว่า 20,000 คน ถือว่าน้อยมากๆ

ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่ กลัวมากต่อผลข้างเคียงของวัคซีนอย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังกลัวๆ ทั้งนี้ผมเชื่อว่าความกลัววัคซีนของคนไทยนั้น เกิดจากเหตุ 2 ประการ

1. เป็นเพราะในช่วงที่เราขาดแคลนวัคซีน วัคซีนมาช้า รัฐบาลปล่อยให้มีการปล่อยข่าวผลข้างเคียงของวัคซีนมากเกินกว่าความจริง โดยไม่มีการแก้ข่าวชี้แจง ข่าวอันน่ากลัวของวัคซีนส่งกันไปทั่ว

เหมือนกับว่าเพื่อลดความต้องการการฉีดวัคซีนในน้อยลง รัฐบาลจะได้ไม่ถูกต่อว่านินทามากเกินไปในช่วงไม่มีวัคซีน เมื่อมีการตอกย้ำผลลบของวัคซีนต่อเนื่อง จนฝังเข้าไปเป็นความเชื่อของผู้คน จึงยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาสมัครใจฉีดวัคซีนกันในปัจจุบัน

2. ข่าวการเข้ามาของวัคซีนหลายยี่ห้อก็มีส่วนมากในการชะลอการลงทะเบียนฉีด เพราะส่วนหนึ่งผู้คนโดยเฉพาะในเขตเมืองอยากมีการเลือกยี่ห้อ จึงขอรอดูก่อน แน่นอนว่าวัคซีนแต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกัน รัฐบาลจึงควรประกาศให้ชัดเจนว่า วัคซีนที่ได้มานั้น กลุ่มไหนจะได้รับยี่ห้อไหน

อาทิ กลุ่ม 12-18 ปีจะได้รับวัคซีนpfizer กลุ่มอายุมากหน่อยเช่นมากกว่า 50 ปีและกลุ่มโรคเรื้อรังจะได้รับวัคซีนastra และกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ใช่สองกลุ่มนั้นจะได้รับวัคซีนsinovac เป็นต้น ความชัดเจนไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะทำให้คนเลิกรอ ตัดสินใจสมัครลงทะเบียนมากขึ้น

การแก้ปัญหาผู้คนไม่กล้าฉีดวัคซีน เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลครับ แต่ยังไม่เห็นการจัดการอย่างเป็นระบบ เรื่องนี้โรงพยาบาลต่างๆทำเต็มที่ แต่นี่ไม่ใช่ภารกิจของโรงพยาบาลแต่ละแห่งเท่านั้น มิเช่นนั้น การฉีดวัคซีนของประเทศไทยก็จะล่าช้าอย่างที่ไม่ควรจะเป็นปล.ขอขอบคุณ ภาพสวยจากช่างภาพเนชั่น ”

ขอบคุณข้อมูล : นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ