กัปตันการบินไทย ขอลาออก

เรียกว่าเป็นเรื่องราวที่ถูกเเชร์ต่อๆกันบนโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กKornprom Saengaram กัปตันขับเครื่องบินการบินไทย ได้ออกมาเผยเรื่องราวหวิดดับยกลำว่า ” main course ตามสัญญา คำไหนคำนั้น“เกือบตายโหงทั้งลำ ที่มาเก๊า”ก่อนอ่าน ทำใจเป็นกลาง ไม่ต้องเข้าข้างใครทั้งนั้น

ข้อชี้แจง

1.ผมไม่ได้ตีโพยตีพาย เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์เพื่อตนเอง เพราะยังไงผมก็ลาออกและได้รับอนุมัติแล้ว

2.ผมต้องการเล่าเรื่องเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ถูกประเมินคนอื่นๆที่ยังต้องอยู่ในองค์กรต่อไปและเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

3.ผมไม่ได้โกรธใครเป็นการส่วนตัว เพราะนี่คือระบบที่ผมคิดว่าไม่สมบูรณ์

4.กัปตันที่สั่งน้ำมัน minimum ตามการคำนวณที่ถูกต้องแล้วในปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่ผิดและสามารถกระทำได้

5.กัปตันที่สั่งน้ำมันเพิ่ม(extra) จากดุลยพินิจแต่ละเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัยก็ “ไม่สมควรถูกตัดคะแนน” เช่นกัน

6.การนำข้อมูลการสั่งน้ำมันเพิ่มมาหักคะแนนโดยพิจารณาไม่ครบทุกมิติ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเช่นที่ทำกันอยู่และประเมินผมโดยไม่เป็นธรรม จึงเป็นที่มาของเรื่องราว

7.ผมจึงต้องเล่าเรื่องเป็นฉากๆ อธิบายยาวมากๆ ให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่า ความไม่เป็นธรรมเป็นอย่างไร

8.ผมไม่ได้กล่าวหาว่ามีการทุจริตเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องหรือคนใดคนหนึ่ง แต่การใช้เกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมก็ยังคงไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพราะได้มาด้วยเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสมส่วนผู้ไม่ได้รับการคัดเลือกก็ยังสงสัยค้างคาใจผมอาจจะให้สัมภาษณ์สื่อเร็วๆนี้เพื่อขยายความและยินดีรับฟังข้อโต้แย้งTake off ละนะ ผดส.ครับ….ผมขอโทษ….ผมผิดเอง ไฟล์ทนึง สมัยผมยังประสบการณ์น้อยๆ เป็นเด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่

บินไปกวางเจา ด้วยน้ำมัน minimum fuel ที่เค้าโปรดปรานไม่หนักเครื่อง ประหยัดเงิน รณรงค์กันยกใหญ่นี่แหละใครไม่สั่งเพิ่ม เอาไปเลยคะแนนเต็มสิบไรเงี้ยทำทุกอย่างตามที่สำนักงานเค้าคำนวณมา (แบบที่บางคนกินปูนร้อนท้องออกแถลงการณ์น่ะแหละ)ซึ่งตามกฏการบิน จะประกอบด้วยน้ำมันจากกทม-กวางเจา บวกยิบย่อยอีก 5% เผื่อนู่นนี่ และ ถ้าลง กวางเจาไม่ได้เพราะอะไรก็ตาม… ก็ มีน้ำมันสำหรับ กวางเจา-ฮ่องกง และมีน้ำมันสำรองบินวนช้าๆต่ำๆอีก 30 นาที

(ไปไหนไม่ได้ไกลหรอก)สรุป = กทม-กวางเจา-ฮ่องกง และสำรองอีก 30นาที ก็ประมาณ 20 ตันน้ำมันสำรอง 30 นาที เราเรียกว่า final reserve fuel ซึ่งน้ำมันสำรองนี้ ห้ามแตะเด็ดขาด ถือเป็นน้ำมันก้นถังเลยทีเดียว เหมือนเงินขวัญถุง 555 ใครบินลงมาแล้วน้ำมันเหลือน้อยกว่า final reserve แม้ว่าจะจิ๊ดเดียวก็ ถือว่าตายไปแล้วครึ่งตัว เรื่องใหญ่มากกกกกก serious incidence อาจถึงติดคุกเครื่องบินจะสั่งน้ำมัน หน่วยเป็น ตัน หรือ 1,000 กิโล

เครื่องบิน ขณะบินระดับจะกินน้ำมันประมาณ 1 ตัน/สิบนาทีแต่ถ้าขณะเร่งเครื่องวิ่งขึ้น (take off ) หรือลงสนามไม่ได้แล้วเชิดหัวขึ้น (go around) ตันนึงอาจใช้ได้เพียงหนึ่งนาที ย้ำว่า 1 นาที ต่อ 1,000 กิโลกรัม!!!ดังนั้น ตันนึงนี่ จิ๊บๆมาก เยอะมั้ย? เอาง่ายๆ A380 แค่วิ่งช้าๆบนพื้นไปตั้งลำวิ่งขึ้นที่หัวสนาม ใช้น้ำมัน ตันนึงนี่แหละ!!!!  วันนั้นผมทำการร่อนลงที่กวางเจา (พยากรณ์อากาศเเจ่มใส)แต่ความซวยคือพอไปถึงจริงๆดันมีพายุเข้า

จะวนรอก็ไม่มีน้ำมันมาเผื่อให้วน (ก็เอา minimum น้อยที่สุด มาไง)เอาวะลองลงไปก่อน ไม่เห็นค่อยว่ากัน ตามที่รายงานมามันยังไม่ต่ำกว่าลิมิตที่สามารถทำการร่อนลงได้แต่ ชีวิตจริงคือ พอเจอฝนเหมือนขับรถแล้วโดนสาดสงกรานต์อะมองไม่เห็นสนามจึงต้องเชิดหัวเครื่องขึ้นใหม่ (Go around) หลุดพายุฝนมาได้ก็หมดไปตันกว่าๆแล้วนะและไต่หาระยะสูง ขึ้นไป 6000ฟิต เพื่อหลบภูเขา ทิศทางที่ไต่ ตามมาตรฐานสนามบินจะไปคนละทางกับฮ่องกง

เมื่อทุกอย่างปลอดภัย หอฯถามว่า จะเอาไง จะลองกลับมาลงอีกรอบมั้ย หรือจะไปฮ่องกงผมบอกว่า ฝนเข้าแบบนี้ ขอไปฮ่องกงหอก็ โอเคๆ ให้เลี้ยวกลับหันไปทางฮ่องกง ไต่ขึ้น 9000ฟิตพีคมันอยู่ตรงนี้!!!!!!นักบินอีกท่านที่ก้มหน้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ร้องออกมาสุดเสียงว่า “เฮ้ยต้วง ชิบหายแล้ว น้ำมันไม่พอ”ผมก็เฮ้ย!!!! ตกใจสุดๆ บอกไปว่า มันจะไม่พอได้ไง เราเติมน้ำมันมาตามกำหนดทุกอย่างยังไม่ได้ไปบินวนรออะไรสักนิดเลย

เค้าก็ยืนยันให้ผมดูที่จอ ซึ่งเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลยเรามองหน้ากันเลิกลั่กสองคนเหงื่อโง่เริ่มออกตามองไปที่จอภาพ ข้างหน้า สมองคิดๆๆๆๆ มองไปข้างนอกเห็นแต่เมฆขาวๆโพลนไปหมดมองพื้นก็ไม่เห็น เครื่องก็ไปข้างหน้า ความเร็วเกือบห้าร้อยกิโล/ชั่วโมงทุกวินาทีที่ผ่าน คือตัวเลขน้ำมันที่น้อยลงเรื่อยๆ และระยะทางที่จะไกลกวางเจาออกไปเรื่อยๆเค้าพูดด้วยความดีใจต่อมาว่า เฮ้ยนี่ มาเก๊า มาเก๊า หลังจากเหลือบไปดูที่จอ
โหย ผมรู้สึก เหมือนพระมาโปรด

ผมขอให้เค้าเปิดฟังข่าวอากาศมาเก๊า ด้วยความดีใจแต่เเล้ว ความหวังก็ริบหรี่ลงอีกครั้งอากาศที่มาเก๊า แย่พอๆกับกวางเจา (ทำไมกูซวยสามัคคี งี้วะ)เครื่องนำร่องลงสนามที่มาเก๊าก็ เป็นแบบโบราณ มีข้อจำกัดคือมันจะนำเรามุดเมฆลงไปได้จนถึงแค่ระดับ 700 ฟุต แล้วเราต้องมองเห็นไฟนำร่องเสียก่อนจึงจะต้องปลดออโต้ไพลอต แล้วเลี้ยวตามไฟโง่ๆยี่สิบดวง เกาะมันไปให้พอดีห้ามขาดห้ามเกิน ห้ามสูงไปต่ำไป ห้ามเร็วเกินไป ไม่งั้นวงเลี้ยวจะกว้าง

เเละต้องร่อนลงให้พอดี ไม่หมูเลยฮาฟฟฟฟ ขอบอกถ้าผีออก บินไม่ดีทะรูดทะราด (non-stabilized approach) ก็ต้องดึงหัวเชิดขึ้นใหม่ (go around)แต่วันนั้น…..ตัดสินใจ เอาวะ มาเก๊านี่แหละ ที่พึ่งสุดท้าย ระหว่างที่มุดเมฆลงไป มองไรไม่เห็นสักอย่างเครื่องวัดความสูงนับถอยหลังต่ำลงไปเรื่อยๆ น้ำมันก็ลดลงเรื่อยๆ เหงื่อโง่ก็แตกเรื่อยๆ 555ถ้าเปลี่ยนเหงื่อมาเป็นน้ำมันได้จะดีมากพันฟิตก็ยังไม่เห็นไฟนำร่อง จนเก้าร้อยฟิตนั่นแหละ ไฟกระพริบลางๆ

ไชโยๆๆๆๆ อ้าวเฮ้ย!!! คาสิโนนี่หว่า 555 แป่ววววววววเอ้ย ไม่ใช่ ไฟapproach light นั่นเองผมก็ปลดออโต้ไพลอตทันใดเลี้ยวเอียงปีกด้วยมุมที่คิดว่าหล่อที่สุดในชีวิต ร่อนด้วยอัตราที่พอดีคิดว่าสวยมากๆ ถ้ามองจากภาคพื้น เครื่องค่อยๆโชยเข้ามุมร่อนสุดท้ายอย่างสวยงามทันใดนั้นปิ๊งงงงงงง….ป่องงงงง !!!!!สัญญานเตือน “wing tank low level” น้ำมันในปีกระดับต่ำแล้วจ้าาาาาาแม่เจ้าโว้ยยยย มึงจะอะไรกะกูนักหนาาาาาา(ปีกมันเอียงแหละ ดูออก 555 )

โอ๊ย!!! เชรี่ยยยยย ไรเนี่ยยยยยยเครื่องมันจะดับมั้ยวะ ไม่สนละ ตั้งใจให้ดีที่สุดถ้าเกิดลงไม่ได้ต้อง go around ขึ้นไปอีก นี่น้ำมันหมดแน่ๆ ไม่มีโอกาสกลับมาลงแล้วคงได้เป็นปู่โสมเฝ้าคาสิโนนี่แหละมึงสรุปว่า วันนั้นฟลุคล้วนๆฮะ แปะพื้นได้อย่างปลอดภัย นิ่มอีกต่างหาก แผ่นทำลายแรงยก(spoilers)กางพรึบ ดึงรีเวอร์สกลับทิศแรงขับ เบรคแบบนิ่มๆ หล่อๆ โล่งใจสุดๆ เหมือนตายเเล้วเกิดใหม่ ค่อยๆโชยออกจากรันเวย์ แต่!!!! ยังไม่พอ ไม่มีหลุมจอดฮะ แหงล่ะดิ มึงไม่ได้รับเชิญนี่นา

จอดมันกลางลาน รอรถบันได ฝนก็ตกหนักเคราะห์ซ้ำกรรมซัด พอเครื่องจอดเเล้ว จนท การบินมาเก๊าขอขึ้นมาตรวจการสั่งน้ำมันเค้าคงนึกว่า มึงสั่งน้ำมันมายังไงวะ ถึงบินมาได้เเค่นี้เอง ยังไม่ได้วน ห่าอะไรเลย 555พอขึ้นมาดูเอกสาร ตรวจใบขับขี่เครื่องบิน เออ เนอะ ก็สั่งตาม minimum ที่คำนวณมานี่นายังจำคำพูดเค้าได้เลย ว่า good luck on your bad dayพอเติมน้ำมันเรียบร้อย (เติมเองค้าบบบ ไม่มีช่าง กรูนี่แหละ เป็นเด็กปั๊มเลย ทำทุกอย่าง ชีวิตแม่มบัดซบ) พออากาศเปิดกลับไปส่งผดส.ที่กวางเจาอีกรอบ

(หลังจากทัวร์เอื้องหลวมมมม พามาไหว้พระที่มาเก๊า แบบ งงๆ 555)ผดส ยังไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไหน เพราะทีแรกบอกแอร์ว่าจะไปฮ่องกง ยุ่งมากเลยไม่ได้คุยกันอีก พอแตะพื้น แอร์ประกาศ ฮ่องกงแล้วอึ้งแดก ไม่ใช่ละเนี่ย ทำไมวันนี้ ฮ่องกงมันดูเล็กๆวะ 555 ชีมาบ่นให้ฟังตอนหลังสุดท้ายก็กลับมา กทม โดยสวัสดิภาพ เฮ้ออออออลูกเมียไม่รู้เรื่องเลยว่าไปทำเชรี่ยยยยอะไรมา ปิดเงียบ รู้มั้ย….. เราเกือบไม่ได้เจอกันละนะ!!!ตามกฏการบินผมเขียน Air safety report ส่งไปว่า ผมทำตามข้อกำหนดทุกอย่าง ทำไมน้ำมันจึงไม่พอ

ทั้งที่ไม่มีการรั่วใดๆ ไม่ได้บินวนรอใดๆเลยสักนิด บินตามแผนการบินทุกอย่างช้อคไปสามโลก……… เมื่อผลสอบสวนสรุปมาว่า…….!!!สำนักงานภาคพื้นดิน ที่เตรียมแผนการบินโดยคอมพิวเตอร์ที่เค้าออกแถลการณ์ว่าแม่นยำนักหนาอะนะถูกสั่งให้คิดน้ำมันไปยังสนามบินสำรอง (ฮ่องกง)มันคิดจากการลากเส้นเป็นเส้นตรงจากกวางเจาไปฮ่องกง!!!!!!คอมพิวเตอร์พ่อมึงตายยยยยยยย ห้าร้อยชาตตตตตตตตตติเลย โกรธ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แค้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆสุดจะบรรยาย กูเกือบตายเพราะวิธีคิดน้ำมันเหียกๆแบบนี้แหละ

เครื่องบินนะโว้ยยยย ไม่ใช่คอปเตอร์ ที่มันจะเลี้ยวปุ๊ปปั๊ป บินตรงแน่ว จับร่อนลงที่ไหนก็ได้เเล้วเครื่องบินที่ต่อเข้าวงจรที่ฮ่องกง รอเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กลับหน้ากลับหลังวันนั้นมีอีกเกือบสิบลำข้างหน้าผมผมจะเอาน้ำมันที่ไหนไปบินรำวงสงกรานต์ที่ฮ่องกงกะเค้าวะ?อ๋อ ถ้าตรงๆสั้นกว่า 80ไมล์เราแถมน้ำมันให้ 40ไมล์ครับ นี่คือคำตอบ(40ไมล์เครื่องบินนี่ ตดยังไม่หายเหม็นก็หมดแล้ว)เหียกกกกกเอ้ยยยยยผมเป็นกัปตันที่ได้คะแนนประเมินการสั่งน้ำมัน ได้ 1.13/10 ในการคัดคนออกจากองค์กรคะแนนรวมอื่นๆ

ผมอยู่ต่อได้นะแต่ทนอับอายไม่ไหว จึงลาออกเองดีกว่า สาเหตุที่คะแนนน้อย เพราะ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมสั่งน้ำมันเกินกว่าที่เค้ากำหนด ไฟล์ทละ 1-2 ตันเสมอๆ ก็เปลืองเพิ่ม พันสองพันบาท ต่อช.ม.เพราะ1.ผมชอบแลกไฟล์ทยุโรปเป็นไฟล์ทสั้นๆ รวมกัน หลายๆไฟล์ท ไม่ต้องไปค้างที่ยุโรปนานๆ จะได้เอาเวลาไปทำประโยชน์ให้ รพ.ต่างๆ ในนาม CSR บริษัทได้หน้า ได้ประโยชน์ กูทำฟรีค้าบบบบผมได้รางวัลพระราชทาน จากสมเด็จ พระบรมฯ (ขณะนั้น) เรื่องทำคุณประโยชน์ดีเด่นให้กับสังคม

ในกว่าสองร้อย รพ.ที่ไปสอนมาได้อีกรางวัลคือค้นต้นแบบกระทรวง คมนาคม เป็นคนเดียวของบริษัทที่ได้ไปรับจากมือปลัดกระทรวงแต่สิ่งตอบแทนที่ผมได้จริงๆจากการประเมินของผู้บริหาร(ส่วนใหญ่เป็นกัปตัน)ในชุดปัจจุบันคือลำดับที่ 25 จากท้ายสุดของ201 กัปตัน จากคะแนนน้ำมัน1.13/10 เพราะสั่งน้ำมันเกินที่คำนวณมาให้บ่อยครั้ง (คนอื่นเค้าสั่งน้อยกว่ามึงยังบินได้เลย)การที่ผมแลกไฟล์ทยิบย่อยทำให้ต้องบินเเต่สนามบินที่พลุกพล่านจึงจำเป็นต้องเอาน้ำมันไปวนรอ มากกว่าคนที่ไปแต่ยุโรปไฟล์ทเดียว (ทำไมต้องแลกย่อยๆหลายไฟล์ท

-เค้าดูชั่วโมงบินที่แลกต้องพอๆกันไม่งั้นเกิด O.T.)2.ผมเอาน้ำมันมาเผื่อวนรอสภาพอากาศที่เอาแน่อะไรไม่ได้ละแวกนี้ อย่างที่รู้ๆ เพื่อที่ผดส จะได้ปลอดภัย อยากจะอ้อมหลบเมฆก็หลบได้ วนรอพายุให้เบาลง ไม่ต้องฝ่าเข้าไปเสี่ยงโดยใช่เหตุ3.ผมเคยใช้น้ำมันตามที่เค้ากำหนด แล้วไม่พอที่จะไปสนามบินสำรอง จนเกือบตกทะเลตายยกลำนี่แหละภายหลังเค้าเเจ้งมาว่า เค้าเพิ่มน้ำมันให้ละนะตะเอง ตะเองอย่าสั่งเพิ่มเลยน้าาาาาแต่……กรูไม่เชื่อมรึงอีกต่อไปแล้ว ไอ้คอมพิวเตอร์ที่ไม่รู้ว่าคิดออกมายังไง

ความไว้ใจ มีได้เเค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวจริงๆ ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วทุกวันนี้ ก็มาตัดสินชีวิตการบินของผมด้วยวิธีนี้ คุณลองคิดดู ว่าผมควรรู้สึกอย่างไรถ้าสิ่งที่ผมเล่ามา มันทำให้ผู้อ่านเสียเวลา ผมขอโทษแต่ถ้าคุณอ่านเกินเจ็ดบรรทัดจนถึงบรรทัดนี้ ผมคิดว่าคุณคงเห็นด้วยบ้างไม่มากก็น้อยว่าเกณฑ์ที่เค้าใช้ตัดสิน ใครจะอยู่ใครจะไปด้วยเรื่องน้ำมัน มันไม่เป็นธรรมกับกัปตันดีๆคนอื่นๆเพราะเรื่องน้ำมันต้องดูบริบทอื่นๆประกอบด้วย เช่น การจราจร สภาพอากาศ เทศกาล ความสูงที่คาดว่าจะได้ การดีเลย์…etc.

นิ้วชี้ของคุณ กับ ปุ่มแชร์ จะช่วยให้ความเป็นธรรมกับกัปตันดีๆที่ซื่อสัตย์ในวิชาชีพที่ได้รับผลกระทบแบบผมมิเช่นนั้น คุณอาจเป็นหนึ่งในผดส ไฟล์ทเหียกๆแบบนี้เสียเองส่วนผมนั้น คุณไม่ต้องมาห่วงผมไม่มีวันกลับไปทำงานที่นั่นกับคนเหล่านั้นอีกแล้วปัจฉิมบท มีครูการบินที่เคารพท่านนึง เคยสอนผมไว้ว่าจำไว้นะ“Once you are captain , you are captain” ผมเพิ่งเข้าใจมันวันนี้เองขอ 10k แชร์ไปให้ถึงสื่อ#สื่อดีๆช่วยทำหน้าที่หาคำตอบให้ด้วยครับเพื่อความปลอดภัยของทุกคนผมทำหน้าที่ที่ดีที่สุดได้เท่านี้ครับ(อดีตกัปตัน) นายแพทย์กรพรหม แสงอร่าม (ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก)“Flying is not my happiness , but passion”

ขอบคุณข้อมูล:Kornprom Saengaram